สายลมและเกลียวคลื่นที่ทะเลชะอำ

สายลมและเกลียวคลื่นที่ทะเลชะอำ

วันก่อนเพื่อนวัยเก๋าจาก จ.สุรินทร์ นัดเจอกันที่ทะเลชะอำ เราได้มีโอกาสไปร่วมแจมกับเขาด้วย โดยไปสมทบตอนสองทุ่มที่บ้านพักสวัสดิการชายทะเลของตำรวจพลร่มในค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปพักได้ในราคาไม่แพงนัก เมื่อไปถึงเพื่อนๆกำลังสนุกสนานกับการดื่มกิน บางคนก็ร้องเพลงคาราโอเกะ ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็สนุกกับการปิ้งย่าง ทำกับข้าวกับแกล้มที่หอบหิ้วกันมาจากบ้าน


    
    
     ทะเลชะอำในยามค่ำคืนดูแล้วก็เงียบสงบดีถ้าไม่มีเสียงของพวกเรามาทำลายซะก่อน ทำให้บรรยากาศอึกทึกไปชั่วขณะ พวกเราสนุกกันจนถึงเที่ยงคืนจึงได้เลิกรา เหลือทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า มีเพียงสายลมและเกลียวคลื่นเท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ไม่หยุดพัก 
     ความจริงแล้วบ้านพักสวัสดิการชายทะเลของตำรวจพลร่มในค่ายนเรศวรน่าไปพักทีเดียว เล็กกะทัดรัด แต่ละหลังซุกตัวอยู่ในทิวสน แมกไม้ หันหน้ารับลมทะเล มีทั้งบ้านเดี่ยวและห้องแถว บ้านทุกหลังตั้งชื่อเก๋ไก๋เพื่อจูงใจให้มาใช้บริการ ประกอบด้วย บ้านชมคลื่น, บ้านชมวิว, บ้านชมทะเล, บ้านชมตะวัน, บ้านชมเดือน, บ้านชมดาว และบ้านปีกไม้ ทุกหลังเน้นการตกแต่งเรียบง่าย การใช้สอยสะดวก สามารถนอนได้ตั้งแต่ 2-16 คน


    เช้าวันใหม่เราตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่มารับอากาศยามเช้า ดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลชะอำ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ท้องฟ้าสดใส เห็นดวงตะวันค่อยๆโผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ ในขณะที่น้ำทะเลสงบนิ่ง ไร้คลื่นลม เราเก็บภาพมากมายโดยไม่รู้เบื่อก่อนจะแยกย้ายออกไปเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ตามแนวชายหาด ซึ่งชายหาดทะเลชะอำใกล้จุดที่เราพักไม่สะอาดราบเรียบดั่งที่คิด เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุง หาดทรายเกาะกันเป็นก้อน ไม่สม่ำเสมอ มีผักบุ้งทะเลออกดอกสีม่วงขึ้นอยู่ทั่วไป
    พอตะวันเริ่มสาย หลังจากรับประทานอาหารเช้า เราและเพื่อนร่วมรุ่นวัยเก๋าก็ชวนกันลงเล่นน้ำ มีป้าจิ๋ม ป้าน้อย ป้าหนอน นำทีมโต้คลื่นก่อนใครอื่น พร้อมหัวเราะเริงร่าเมื่อถูกผลักลงทะเล
    ป้าน้อยบอกว่า ที่ จ.สุรินทร์บ้านเราไม่มีชายหาด ไม่มีทะเล พอมาเห็นทะเลชะอำก็เลยตื่นเต้น อยากตักตวงความสุขให้มากๆ ส่วนเรามาเที่ยวชะอำปีนี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้ว


    


    หลังสนุกจากการเล่นน้ำทะเล พวกเราไปเที่ยวกันต่อที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในค่ายพระรามหก ต.ห้วยทรายเหนือ ห่างจากที่พักไม่มากนัก พระราชนิเวศน์มฤคทายวันสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า สร้างด้วยไม้สักทอง 
มีตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรราชชายา ทรงพระครรภ์นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญยิ่ง ด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระราชโอรส เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งมีทางเดินไม้มีหลังคาคลุมทอดยาวจากพระตำหนักไปถึงริมทะเล แต่ความหวังของพระองค์สิ้นสลายเมื่อพระนางเจ้าฯไม่สามารถมีพระประสูติกาลหน่อเนื้อเชื้อไขได้เนื่องจากตกพระโลหิต ถึงแม้จะทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง แต่พระองค์ท่านกลับทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วง จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังแห่งความรักและความหวัง


    
    
     เสร็จจากการเที่ยวชมพระราชวังเก่าแก่ อาหารมื้อค่ำวันนั้นเราแวะฝากท้องที่ร้านอาหารจานเดียวหัวหิน ภายในบริเวณมีซุ้มขายอาหารมากมายให้เราสั่งซื้อตามใจชอบ เสร็จแล้วก็ยกมารับประทานที่ม้าหินอ่อน ในร้านยังมีดนตรีบรรเลงขับกล่อม เพลงก็ไพเราะ อาหารก็อร่อย ได้บรรยากาศดีจริงๆ  

วันที่ 5 ก.ค. 2561