แสงสีเมืองอู่ทอง...

ไหว้พระ ดูงานแสดงแสงสีเสียง

ค่ำคืนวันนั้น บริเวณสนามหญ้า ตรงตีนเขาขนาดย่อมของวัดพระศรีสรรเพชญาราม (วัดเขาพระ) ในตัว อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี บนท้องฟ้า ได้เกิดแสงสีส่องประกายวูบวาบ ตามมาด้วยเสียงพลุดังระงม คือหนึ่งในฉากของการแสดงแสงสีเสียงบนเวทีกลางแจ้ง ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองอู่ทองเมื่อหนหลัง โดยมีนักแสดงกว่า 100 ชีวิต วาดลีลาไปตามบทเรื่อง กำกับการแสดงโดย อ.พรชัย ประมวลสุข คนเก่าเจ้าเดิม ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมมาแล้วนักต่อนัก

   

    ผมชื่นชมการแสดงของทีมงาน อ.พรชัย ทุกคนล้วนเล่นบทได้ดี นักแสดงส่วนใหญ่เป็นหนุ่ม-สาว ที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัย พวกเขาสามารถแสดงได้ทุกบท ทั้งรำฟ้อน ร้องเพลง เล่นละคร และเป็นพิธีกร นอกจากเวทีใหญ่แล้ว ยังมีเวทีขนาดย่อมจัดแสดง เรียกน้ำย่อยในช่วงกลางวันด้วย ส่วนด้านหน้าเวที ก็มีการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ใน อ.อู่ทอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลาวเวียง ลาวโซ่ง ลาวครั่ง มอญ ได้นำเสื้อผ้าถักทอด้วยฝีมือตัวเองมาจำหน่าย รวมทั้งประกอบอาหารพื้นบ้านให้กินฟรี
    อู่ทอง เป็นอำเภอเล็ก ๆ ของ จ.สุพรรณบุรี ในทางประวัติศาสตร์ จัดเป็นเมืองโบราณ มีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมน้ำจระเข้สามพันและล้อมรอบด้วยคันดิน นักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานที่สำคัญ อาทิ การขุดพบลูกปัด ขวานหิน ภาชนะดินเผา ซึ่งเป็นร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ขณะเดียวกันเมืองโบราณอู่ทอง ยังถูกสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองศูนย์กลางของการติดต่อค้าขายระหว่างอินโด โรมัน สุวรรณภูมิ และจีนตอนใต้ จึงได้ถูกเรียกขานว่าเป็นเส้นทางสายไหมทางทะเลนั่นเอง
    การจะให้ตัวเองรู้จักเมืองอู่ทองมากขึ้น ต้องเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เมืองอู่ทอง เพราะประวัติเรื่องราว สิ่งของโบราณที่ขุดพบเจอจะจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด
    ที่ อ.อู่ทอง ผมค้างแรมที่บ้านดินริมน้ำรีสอร์ท บ้านพักทรงประหลาด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจระเข้สามพัน โดยตัวห้องพักโบกด้วยดินทั้งหลังเหมือนบ้านของเผ่ามาไซในแอฟริกา ห้องพักไร้หน้าต่างระบายอากาศ ดังนั้นถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศ และแสงไฟให้ความสว่าง คงร้อนอบอ้าวน่าดู
    สถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติใน อ.อู่ทอง ถ้าจะว่าไปแล้วถือว่ามีจำนวนน้อยครับ สิ่งที่สัมผัสได้ก็มีแต่วัด ๆ และโบราณสถานเท่านั้น เช้าวันรุ่งขึ้นเลยไปรู้จัก พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือหลวงพ่ออู่ทอง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหน้าผามังกรบิน วัดเขาทำเทียม ห่างจากตัวอำเภออู่ทองไม่มาก เมื่อไปถึงยังเห็นช่างกำลังแกะสลักหลวงพ่ออู่ทองอยู่เลย ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะแล้วเสร็จ

   


    พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ เป็นพระพุทธรูปปางโปรดพุทธมารดาที่เกิดจากการแกะสลักหน้าผาหินแบบลอยนูน มีความสูงประมาณ 108 เมตร ฐานกว้างประมาณ 88 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 65 เมตร บริเวณโดยรอบมีการปลูกหญ้า จัดภูมิทัศน์กว้างไกล
    ขากลับ ผมแวะชมวัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม วัดที่จัดการแสดงแสงสีเสียงของ อ.พรชัย อีกครั้ง เดิมคือ วัดเขาพระ บริเวณวัดมีบรรยากาศร่มรื่น ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา มีมณฑปตั้งอยู่บนยอดเขา ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทหินทรายแกะสลัก และเจดีย์โบราณก่ออิฐถือปูน
    ส่วนบริเวณเพิงผาบริเวณไหล่เขาด้านทิศตะวันออก มีพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อสังฆ์ ประดิษฐานอยู่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวชุมชน อ.อู่ทอง

   


    ผมอำลา อ.อู่ทอง ด้วยการไหว้พระวัดเขาดีสลัก ที่ ต.ดอนคา ห่างจาก อ.อู่ทอง ประมาณ 8 กิโลเมตร วัดนี้มีรอยพระพุทธบาทจำลองตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นจุดขาย รอยพระพุทธบาทจำลองสลักบนแผ่นหินทรายสีแดง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สลักเป็นรูปนูนต่ำ ลายกลีบบัวโดยรอบพระบาท ปลายนิ้วพระบาทยาวไม่เสมอกัน ข้อนิ้วพระบาทมี 2 ข้อ โดยข้อนิ้วพระบาทข้อแรก ทำลายขมวดเป็นรูปก้นหอยตามคัมภีร์มหาบุรุษลักษณะหรือ มหาปุริสลักษณะ ดังที่พรรณนาไว้ใน ปฐมสมโพธิกถาฉบับภาษาบาลี รวมทั้งในคัมภีร์ลิลิตวิสูตรฉบับภาษาสันสกฤต ข้อนิ้วที่ 2 ทำเป็นลายก้นขด หรือใบไม้ม้วนลักษณะคล้ายกับลวดลายพันธุ์พฤกษาซึ่งนิยมในศิลปะแบบทวารวดี ซึ่งจะเห็นได้จากลวดลายปูนปั้นประดับ
 บนมณฑปบนยอดเขา มองเห็นทิวทัศน์ในเขตอำเภออู่ทอง นอกจากนี้ ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิดบริเวณบันไดทางขึ้น
    มาอู่ทองได้ไหว้พระ และดูงานแสดงแสงสีเสียงของ อ.พรชัย  ประมวลสุข ก็รู้จักคำว่า คุ้มค่า แล้วครับ

   


   

วันที่ 4 พ.ย. 2560