“ยิบอินซอย” เปิดแนวรุก72ปี

ธุรกิจปุ๋ย-เคมีเกษตรไทยรายแรก


นายยุพธัช ยิบอินซอย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทยิบอินซอยและแย๊คส์ จำกัดกลุ่มบริษัทยิบอินซอยผู้ดำเนินธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรแห่งแรกของไทยมานานกว่า 72 ปี เปิดเผยว่า ตราใบไม้คือผลิตภัณฑ์กลุ่มปุ๋ยและเคมีเกษตรของกลุ่มบริษัทยิบอินซอยได้รับการยอมรับจากเกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยตราใบไม้จะเป็นที่รู้จักรับรู้ในกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม  จนพบว่ายังคงมีช่องว่างในการขยายซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ในระดับตลาดระดับกลางถึงบน ก็ยังต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่มปุ๋ยและเคมีเกษตรคุณภาพสูงเช่นกัน         

          

         


          ในปี 2559 กลุ่มบริษัทยิบอินซอยได้เปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 2 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า200 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นในความเป็น Green Industry และระบบการผลิตแบบ 1 ต่อ 1 ซึ่งจะทำให้ปุ๋ยทุกถุงที่ผลิตขึ้นมาคุณภาพตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์..หัวคนป่า...ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้องใหม่สู่ตลาด  สำหรับกลุ่มตลาดกลางจนถึงบนที่มีความต้องการใช้ของดีมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม  ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด  มียอดขายมากกว่า 60%ของมูลค่ารวมทั้งกลุ่มธุรกิจ  ล่าสุดบริษัทตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หรือเรียกว่าเป็น Phase 2 เพื่อขยายพื้นที่การผลิตและจัดเก็บอีกกว่า100%  ในพื้นที่เดียวกับโรงงานที่ 2โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 100-150% จากปัจจุบันคาดว่าจะเริ่มผลิตในพื้นที่ใหม่ได้ในประมาณกลางปี 2561 และมั่นใจว่าจะทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น50%ในปีหน้า

          “ 91 ปีที่แล้ว..ยิบอินซอย...เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจค้าแร่ในเมืองไทย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา  ทำให้ชื่อเสียงของยิบอินซอยถูกกล่าวขาน ในฐานะกลุ่มธุรกิจหัวก้าวหน้าและเป็นที่มาของโอกาสเพื่อก้าวสู่ธุรกิจใหม่ๆมากมาย   ธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่..ยิบอินซอย...นำเข้ามาเปิดโลกทัศน์แก่เกษตรกรไทย เพื่อก้าวสู่เมืองเกษตรอุตสาหกรรมแห่งแรกของภูมิภาค  ผ่านมาถึงวันนี้ 72 ปี ในฐานะทายาทธุรกิจรุ่นที่ 3 ความมั่นใจและเป็นมิตรแท้ตลอดกาลของเกษตรกร  จึงเป็นเหมือนพันธกิจสำคัญที่ทำให้กลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทุกครั้งก่อนที่จะขับเคลื่อนธุรกิจ      ปี 2559 เราเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ด้วยเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท  เพื่อเปิดโรงงานผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Industry) บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ณ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา  พร้อมกระบวนการผลิตแบบ 1 ต่อ 1 หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือการผลิตปุ๋ยแบบผสมทีละกระสอบ และเทคโนโลยีที่เลือกใช้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทำให้ได้ปุ๋ยคุณภาพเยี่ยมตรงตามสูตรทุกถุง  การผลิตรวดเร็ว ลูกค้าตอบรับสูงมาก ทำให้ต้องขยายโรงงานPhase 2ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า  และพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแบบ 100% ในช่วงกลางปี โดยยังคงคอนเซ็ปต์โรงงานผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Industry) เหมือนเดิม” นายยุพธัชกล่าว

          สำหรับปุ๋ยแบรนด์หัวคนป่า  ซึ่งเป็นปุ๋ยแบรนด์ใหม่ที่ยิบอินซอยแนะนำสู่ตลาด  นายยุพธัชกล่าวว่าที่ผ่านมาธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของยิบอินซอยจะเน้นตลาดหลักๆของประเทศ ได้แก่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ และพืชผักต่างๆโดยมีการจัดจำหน่ายสารกำจัดแมลง สารกำจัดไร สารป้องกันและกำจัดโรคพืช สารกำจัดวัชพืช สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งปุ๋ยสูตรต่างๆซึ่งนำเข้าจากประเทศที่มีชื่อเสียง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส อิสราเอลและญี่ปุ่น ฯลฯทั้งหมดถูกคัดสรรแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพสูงตลอดมา..ยิบอินซอย...มุ่งเน้นการรักษาชื่อเสียงของบริษัทในฐานะพันธมิตรที่ดีของคู่ค้า  ลูกค้าที่ใช้ปุ๋ยและเคมีเกษตรของเรา  ต่างมั่นใจในเครื่องหมายการค้าแบรนด์..ใบไม้...   แผนการตลาดของเรายังคงให้การสนับสนุนการรับรู้ถึงศักยภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์  พร้อมให้การสนับสนุนความรู้ด้านการเกษตรที่ถูกต้องต่อกลุ่มลูกค้าผ่านทางตัวแทนจำหน่าย   ส่วนการเพิ่มเครื่องหมายการค้าแบรนด์..หัวคนป่า..เพื่อรองรับทุกตลาดและครอบคลุมทุกกลุ่มพืช ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มใหญ่และมีมูลค่าสูงกว่ากลุ่มที่เคยทำอยู่  แต่แผนการตลาดยังคงใช้รูปแบบเดิมคือเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ  และสร้างการรับรู้การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย  มีการแนะนำการใช้ที่เหมาะสมให้ประโยชน์สูงสุดในพืชแต่ละประเภทผ่านมา1ปีแนวทางที่วางไว้ประสบความสำเร็จลูกค้าของเราตอบรับความเป็นปุ๋ยคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม  โดยปุ๋ยหัวคนป่ามูลค่าประมาณ 60% ของมูลค่ารวมทั้งธุรกิจในกลุ่ม

          นายยุพธัช กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและเคมีเกษตรในปี 2560และแนวรุกในปี 2561ว่า  อีก 2 เดือนจะจบปี 2560 ถือว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่ง โดยมี 2 ปัจจัยสนับสนุน ปัจจัยแรกคือปัจจัยด้านราคาพืชเกษตรซึ่งพืชหลายตัวปรับราคาสูงขึ้น  โดยมีผลจากความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ  ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจใส่ปุ๋ยบำรุงดินกันมากขึ้น ปัจจัยที่สองคือปริมาณน้ำทำให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตและปริมาณที่ดี แม้จะมีบางพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็สามารถ
เพาะปลูกได้ดีกว่า อย่างช่วง 4 เดือนแรกของปีการส่งออก พืชหลักๆของเราเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว หรือล่าสุดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพืชหลักและสินค้าเกษตรอื่นๆ ของเราก็ส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 17.08% คาดว่ากลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของไทยในปีนี้จะมีมูลค่ารวมประมาณ140,000 ล้านบาทเศษ  โดยคาดว่าปุ๋ยตราใบไม้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30%โดยสัดส่วนรายได้กลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของยิบอินซอยปีนี้ กลุ่มเคมีเกษตร 30% ปุ๋ยแบรนด์ ใบไม้ 30% และปุ๋ยแบรนด์หัวคนป่า 40% สำหรับแนวรุกธุรกิจในปี 2561 จะเน้นคุณภาพสินค้า การใช้งานอย่างถูกต้อง ถูกเวลา เหมาะสมและคุ้มค่า โดยเน้นให้ความรู้กับเกษตรกรผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนของผู้เกษตรกรผู้ใช้แล้ว ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยอีกด้วยโดยมีการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนกว่า 200 ราย  และคาดว่าจะมีอัตราเติบโตในปีหน้าประมาณ 50% 

วันที่ 28 ต.ค. 2560