ลมหนาวมากร้ำกราย

ลมหนาวมากร้ำกราย

ดอกไม้บานที่ภูเรือ...


          แสงแดดยามเช้า เริ่มละลายอากาศหนาวหายไปอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยไออุ่น จากแสงอาทิตย์ยามสาย ทันทีเมื่อดวงตะวันลอยพ้นสู่ขอบฟ้า
          อ.ภูเรือ จ.เลย ในต้นฤดูเหมันต์ทำให้ผมตักตวงความสุขจากอากาศหนาว ในระดับอุณหภูมิ 10 องศา ยาวนานตลอดทั้งวัน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้นั่งผิงไฟ จิบกาแฟตอนพระอาทิตย์ขึ้น อันที่จริงอากาศหนาวเป็นสิ่งที่คนเมืองร้อนอย่างเราโปรดปรานมากคับ ดูมันสวนทางกับคนเมืองหนาวโดยสิ้นเชิง พวกฝรั่งมักจะหนีหนาวมาอาบแดดบ้านเรา ส่วนเราก็จะหนีร้อนไปห่มหนาวที่ภาคเหนืออะไรทำนองนั้น  

         

         

          ที่ อ.ภูเรือ ผมค้างแรมที่ระเบียงภูรีสอร์ต บ้านพักหลังเล็กกะทัดรัด ขนาด 10 กว่าห้องนอน ตั้งอยู่ริมเชิงเขาใกล้ทางขึ้นภูเรือ เป็นรีสอร์ตที่ผมพักประจำ สาเหตุที่เลือกพักที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ตัวอำเภอ การเดินทางสะดวก จะเข้าไปตัวอำเภอ หรือไปช็อปปิ้งของที่ระลึกที่ชาวบ้านนำมาวางขายอยู่ริมถนน ก็ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ที่สำคัญเจ้าของรีสอร์ต เป็นคนใจดี  เวลากลับบ้าน มักจะมีของฝากติดมือให้กับลูกค้าเสมอ
          หน้าหนาวที่ อ.ภูเรือ ถือว่าบรรยากาศคึกคักเลยทีเดียว ร้านค้าย่านตลาดไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ ต่างร่วมกันเนรมิตให้ อ.ภูเรือ เป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ มีการตกแต่งไม้ดอกเมืองหนาว สีสันลานตา มีซุ้มบุปผาชาติ ลานน้ำพุ รวมไปถึงแกลเลอรี่ดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป ส่วนบริเวณถนนปากทางเข้า ชาวบ้านก็นำเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรม ของที่ระลึก มาวางขาย ถือเป็นช่วงทำเงิน สร้างรายได้ของชาว อ.ภูเรือ
          สำหรับคนที่ชอบต้นไม้ ดอกไม้เมืองหนาว ก็มีวางขายสองฟากถนนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ของที่ระลึกอย่างหนึ่งที่ขายกันคุ้นหน้าคุ้นตามากก็คือ น้ำเต้าสีทอง ทุกร้านมีให้เลือกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เขาว่าลูกน้ำเต้าเมื่อซื้อไปแล้วจะให้โชคลาภ ผมเลยซื้อมาห้อยหน้ารถ หวังบารมีกับโชคลาภกับเขาด้วย...ขอให้เฮง ๆ นะเจ้าน้ำเต้า

 

                   

 

          วันต่อมา ผมมีโอกาสไปยลโฉมยอดภูเรือตามต้องการ ซึ่งทางรีสอร์ตได้ติดต่อรถโดยสารมารับตอนเวลาใกล้รุ่ง  จากที่พักไปยอดเขาใช้เวลาเดินทาง 10 นาที บนยอดภูเรือมีที่ราบกว้างพอประมาณ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน คนแก่คนชรา ที่เหนื่อยหอบจากการนั่งรถ ก็จะอาศัยโคนต้นสนเป็นที่นั่งพัก เอาแรง
          ผมมาถึงตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้นพอดี เลยได้เห็นดวงอาทิตย์ลูกกลม ๆ สีแดงโร่ โผล่ขึ้นตรงหน้าผาอย่างช้า ๆ ให้ถ่ายรูปไปดูเล่น...
          ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี 2522 ด้วยมีลักษณะแปลกคือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ จึงเป็นที่มาของชื่อ ภูเรือ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,365 เมตร
          นอกจากยอดภูเรือ ยังมีจุดชมวิวอีกสองแห่ง ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเช่นเดียวกัน คือ ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 3 กิโลเมตร ตรงจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยเมฆหมอก
แล้วยังมีผาเดโช และผาซำทอง หน้าผาสูงชัน แหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองเกาะกุ่มไปหมด จึงได้ฉายาว่า ผาซำทองนั่นเอง
          ภูเรือยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ค้นหา แต่สำหรับผม ผู้มีเวลาจำกัด จึงได้รู้จัก อ.ภูเรือ แค่กระพี้เท่างานนี้ เห็นทีจะต้องมาเยือนภูเรืออีกรอบแน่ ๆ

 

         

 

         

 

         

 

         

 

         

วันที่ 21 ธ.ค. 2559