กรรณิการ์ ตามประทีป

กรรณิการ์ ตามประทีป
ต้องซื่อสัตย์ ไม่ทิ้งลูกค้า
จากความใส่ใจในหน้าที่การงาน และความมุ่งมั่น ส่งผลให้ คุณกรรณิการ์ ตามประทีป ผันตัวเองจากเจ้าหน้าที่บัญชี ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งระดับบริหาร ตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของบริษัท บอดี้ แคร์ จำกัด ในปัจจุบัน และด้วยความอุตสาหะ เรียนรู้งานใหม่ ทำให้วันนี้ ธุรกิจของเธอได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งที่เธอยึดถือมาตลอดก็คือ ต้องซื่อสัตย์ และ ไม่ทิ้งลูกค้า

  

  


    บริษัท บอดี้ แคร์ จำกัด ที่ คุณกรรณิการ์ นั่งเป็นผู้บริหารในปัจุบัน เป็นบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามที่ใช้ในสปาทั้งหมด เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย สินค้าผ่าน อย. ทุกตัว เริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2537
    คุณกรรณิการ์ เล่าให้เราฟังว่า “หลังจากเรียนจบบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็มาทำงานที่บริษัทนี้ ในตำแหน่งบัญชี ทำได้ประมาณ 3 ปี ผู้บริหารที่ดูแลในส่วนนี้ มีธุรกิจตัวใหม่อีกตัวหนึ่งที่กำลังมาแรง ก็คือ e-commerce ก็เลยมอบหมาย ให้เราบริหารบริษัทฯนี้แทน โดยให้มีหุ้นส่วนกับทางบริษัท จากที่เป็นเจ้าหน้าที่บัญชี ขึ้นมาเป็นผู้บริหารดูแลลูกค้าเอง ทำการตลาดเอง”
    คุณกรรณิการ์ ต้องเข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาตัวเองกับธุรกิจที่ต้องเข้ามารับบทบาทใหม่ และหลักสูตรหนึ่งที่ คุณกรรณิการ์ รู้สึกประทับมาก กับคำแนะนำของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ก็คือ หากเรามีงบน้อย สิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การออกบู๊ธ ต้องเจอคนมาก ๆ ดังนั้น เลยเริ่มจากร้านขายยา ไม่มีค่าใช้จ่าย ไปขอฝากขายสินค้า และขอพื้นที่หน้าร้าน นั่งแว็กซ์ขน ตัวแว็กซ์ขน คือตัวที่ลูกค้าให้ความสนใจมาก ทั้งที่บริษัทนำเข้ามาในเรื่องความงามทุกตัว ตัวขัดผิว ฟอกผิว นวดหน้า นวดตัว เกี่ยวกับเรื่องผมก็มี เกี่ยวกับเรื่องแว็กซ์ นี่ก็เป็นเพียงตัวหนึ่ง

  

  

 

    “ในช่วงแรก เรานำเข้ามา เราก็เน้นลงร้านสปา พอเราลงของก็จะสอนลูกค้าด้วย ช่วงแรกก็ฮือฮาพอสมควร เรามีตัวแว็กซ์ขน เป็นตัวที่ลูกค้าให้ความสนใจ เราเลยดึงตัวนี้ออกมาเป็นสินค้าเด่นของเรา ขายแฟรนไชส์ เกี่ยวกับการแว็กซ์ขนโดยเฉพาะ เริ่มจากการสาธิตสินค้าตามร้านขายยา ร้านขายยาให้พื้นที่เรา แล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ร้าน เราเริ่มออกบู๊ธ ไปตามหอประชุมศูนย์สิริกิติ์ ไปตามเมืองทอง ไปตามงานต่าง ๆ ที่มีคนเยอะ แว็กซ์ให้เห็น การตอบรับลูกค้าดีมากช่วงนั้น ตั้งบู๊ธที่ไหน คนก็มาเยอะมากให้ความสนใจกับการแว็กซ์ขน” คุณกรรณิการ์ กล่าว
“เริ่มต้นเรายังไม่มีการทำแฟรนไชส์ แค่เอาไปเป็นตัวเปิดให้เขาเข้ามาสนใจสินค้าอื่น ๆ แต่ลูกค้ากลับให้ความสนใจในตัวแว็กซ์กำจัดขน ขอแฟรนไชส์ ขอแพ็กเกจ ขอเกี่ยวกับเรื่องแว็กซ์ นับจากนั้นมา เราก็เริ่มมีแพ็กเกจ ไล่ตั้งแต่ 2,900 / 30,000 / 50,000 หรือ 100,000 บาท ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนมาถึงวันนี้ เรามีแฟรนไชส์ของเรา 100 กว่าสาขา สำหรับตัวแว็กซ์ขน แต่ก่อนเราก็นำเข้า แต่ปัจจุบัน สาขาเราเยอะขึ้น เราจึงได้ไลเซนส์ ให้ผลิตเมืองไทย วัตถุดิบของแว็กซ์ คือ น้ำผึ้ง แต่ก็มีวัตถุดิบบางตัวที่ต้องนำเข้ามาจากออสเตรเลียเหมือนเดิม” 
    สำหรับผู้สนใจอยากทำธุรกิจนี้บ้าง คุณกรรณิการ์ แนะนำว่า “ลูกค้าที่เข้ามาหาเรา ส่วนมากไม่ต้องมีความรู้เรื่องความสวยความงามมาก ไม่ต้องมีประสบการณ์ เพียงแต่มีใจรักงานบริการ เดินเข้ามาหาเรา มีทุนไม่ต้องมาก มีทำเลที่ดี เราสอนให้คุณหมด สอนวิธีการทำงาน ทำธุรกิจ คุณกลับไปสามารถทำธุรกิจได้เลย”
    “ปัญหาของลูกค้าที่เจอ ถือว่าน้อยมาก แต่ถ้ามี สามารถโทรหาผู้บริหารได้โดยตรง ให้ลูกค้ามีโอกาสได้คุยกับเรา ทางเราจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าทันที ในกรณีที่เป็นสาขาของเราเอง แต่หากเป็นแฟรนไชส์ เราจะมีฝ่ายขายประจำภาคต่าง ๆ ที่จะดูแลเบื้องต้นให้ก่อน ใครที่ซื้อแฟรนไชส์กับเรา เราจะมีส่วนของโฆษณาให้อยู่แล้ว เราจะไม่ทิ้งลูกค้าเรา ออกรายการทีวี. หนังสือ นิตยสารต่าง ๆ เราช่วยลูกค้าแฟรนไชส์ตลอด”

 

  

 

    คุณกรรณิการ์ มองว่า ผู้หญิงอย่างไรก็รักสวยรักงาม ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่อยู่ได้อย่างแน่นอน ธุรกิจแว็กซ์ขน เป็นธุรกิจที่ลงทุนไม่มาก ลงทุนน้อย เริ่มต้นที่ 2,900 บาท ก็สามารถมีรายได้ เป็นกอบ เป็นกำ เป็นอาชีพที่สามารถอยู่ได้ตลอด ไม่ใช่ธุรกิจที่มาเป็นเพียงกระแสเท่านั้น
    “สำหรับบางท่าน ที่ยังคิดไม่ออกมาว่าจะทำอะไร เงินลงทุนน้อย ลองเดินมาหาเรา เรามีผลิตภัณฑ์ที่ดี เรามีทีมที่ดี ที่จะคอยแนะนำคุณ และเชื่อได้ว่า ธุรกิจนี้จะอยู่กับคุณไปได้ตลอด ลูกค้าของเราเริ่มตั้งแต่อายุ 14, 15 น้องเค้าเริ่มมีขนรักแร้บ้างแล้ว นั่นคือลูกค้าเรา เรื่อยไปจนถึง 50 กว่า เกือบ 60 กลุ่ม ลูกค้าของเรากว้างมาก” คุณกรรณิการ์ กล่าวเสริม “ผลิตภัณฑ์ของเราทุกตัว ทำมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี ปลอดภัย ลูกค้าสบายใจได้ สิ่งหนึ่งที่เรายึดถือมาตลอดก็คือ เราต้องซื่อสตย์ และไม่ทิ้งลูกค้า”

 

  


     “เรามั่นใจว่า ไม่มีใครเลียนแบบเราได้ เรื่องของแว็กซ์ขน เราขายดีอันดับ 1 เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ สามารถต่อยอดได้กับเรื่องของความสวยความงาม” คุณกรรณิการ์ ทิ้งท้าย

วันที่ 11 ก.ย. 2560