ผีเสื้อโบยบิน..

ผีเสื้อโบยบิน..
เหนือน้ำตกป่าละอู

เมื่อลมหนาวเริ่มโบยมา ในขณะที่หน้าฝน ได้โบกโบยไป แต่ดูบรรยากาศท่องเที่ยวช่วงนี้เศร้าสร้อยมากทีเดียว หลังจากพ่อหลวงของเราชาวไทย ได้เสด็จสวรรคต สู่สวรรคาลัย ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหยุดที่จะเดินทางออกต่างจังหวัด และหันไปเข้าวัดฟังธรรม เจริญพุทธภาวนาให้กับพ่อหลวง ส่วนคนที่รักการผจญภัย มีสายใยกับธรรมชาติ ก็ยังห่วงใยกับการเดินทางที่ตัวเองถนัด ....
    ปลายฝนต้นหนาว ใคร ๆ ก็อยากเห็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ได้ชมต้นไม้สีเขียว ออกดอก ออกผล โดนใจให้ผีเสื้อมาโบยบินหอมกลิ่นเกสร จะมีที่ไหนล่ะ นอกจากที่ผืนป่าตะวันต

   

   

 

       สัปดาห์นี้ โปรแกรมของเราอยู่ที่น้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ครับ เราออกเดินทางในเวลาเช้าตรู่ แต่พอตะวันสายหน่อย ท้องฟ้าเริ่มเปิด แสงตะวันสาดส่อง การเดินทางเริ่มสนุก เมื่อรถพาเราผ่านพื้นที่ จ.เพชรบุรี ทัศนียภาพสองข้างทางซึ่งเป็นทุ่งนาป่าเขา มีต้นตาลขึ้นกระจัดกระจาย
น้ำตกป่าละอู ซุกตัวอยู่ในผืนป่าตะวันตก ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ขวางกั้นด้วยเทือกเขาตะนาวศรี เราถึงอ.หัวหิน ในเวลาใกล้เที่ยง ออกจากถนนเพชรเกษม ไปตามทางหลวงหมายเลข 3219 ประมาณ 63 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านฟ้าประทาน แล้วเดินทางต่อไปอีก 4 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางสายนี้ จะมีช้างป่า ลิง ค่าง ออกมาเดินเพ่นพ่านขอเศษอาหารจากรถยนต์แล่นผ่าน ตื่นเต้น และหวาดเสียวน่าดู โดยเฉพาะเจ้าพลายป่า 2 ตัว ออกมายืนขวางถนน มันยกงวงทักทาย แล้วก็หลีกทางให้เราผ่านไปง่ายดาย
      ผืนป่าตะวันตก...ในอดีตนั้นเงียบสงบครับ มีประชาชนอาศัยอยู่น้อยราย ตอนหลังก็เริ่มมีการพัฒนาชาวบ้านก็อพยพไปอาศัยอยู่มากขึ้น มีการปลูกผัก เลี้ยงโคนม ทำพืชไร่ สร้างรายได้พออยู่พอกิน โดยมี อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อุปถัมภ์ในด้านสาธารณูปโภค และส่งเสริมอาชีพ

 

       

 

     นอกจากคนไทยต่างถิ่นแล้ว ผืนป่าตะวันตก ยังมีชาวกะเหรี่ยงตั้งบ้านเรือนกระจายอยู่ทั่วไป ในป่ามีต้นทุเรียน ต้นสะตอ ขึ้นประปรายบรรยากาศคล้ายกับภาคใต้ตอนบน อย่างไรก็ตาม จากที่ช้างป่าชอบออกมารังควานผัก ผลไม้ อยู่บ่อย ๆ ทำให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนหันมาล้อมรั้วด้วยลวดไฟฟ้า ติดกระดิ่งป้องกัน
จากหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ รถพาเราลัดเลาะไปที่น้ำตกป่าละอู โดยจอดรถทิ้งไว้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู เดินทางไปอีก 4 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาแต่ไกล
    น้ำตกป่าละอู อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากหัวหินประมาณ 60 กิโลเมตร ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.3 (ห้วยป่าเลา) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูง 15 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาเป็นทางยาว โดยชั้นที่ 1-3  น้ำไหลแรง ส่วนชั้นถัดไปต้องเดินขึ้นไปอีกหลายเหนื่อย กว่าจะถึงชั้นที่ 4 ชั้นที่ 5 และชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นที่สวยที่สุด

 

   

 

    ด้วยภาพธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ ทำให้น้ำตกป่าละอูเป็นแหล่งสัตว์ป่าหายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือดาว เลียงผา ส่วนสัตว์ที่พบเห็นได้ง่ายคือ ชะนี และค่าง นอกจากนี้ยังมีนกขุนแผนหัวแดง นกบั้งรอก นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกคัดคูหางแพน
    แต่ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจเรามากที่สุดคือ จำนวนผีเสื้อจำนวนมาก บินว่อนอยู่เหนือโขดหิน บ้างก็เกาะไปตามต้นไม้ ดอกไม้ หลากหลายสีสัน โดยจุดดูผีเสื้อคือ บริเวณสะพานข้ามห้วยชลนาฎ เป็นสะพานคอนกรีต อยู่ระหว่างทางไป น้ำตกป่าละอู ที่วังสมพง บริเวณชั้นที่ 1 ของน้ำตกป่าละอู ผีเสื้อที่พบ เช่น ผีเสื้อจรกา ผีเสื้อสีอิฐธรรมดา ผีเสื้อหางแหลม หรือผีเสื้อที่หายาก เช่น ผีเสื้อเจ้าชายดำ ผีเสื้อลาย นอกจากนี้บริเวณที่กางเต็นท์ของอุทยานฯ ก็สามารถดูผีเสื้อได้เช่นกัน เพราะเป็นบริเวณที่มีลำธาร ซึ่งไหลมาจากน้ำตก ผีเสื้อในป่านี้มีให้เห็นตลอดปี
     ใกล้เวลาพลบค่ำ เราค้างแรมบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู ด้วยเต็นท์ผ้าใบ ในราคาค่าเช่า 100 บาท ในเต็นท์นอนอุ่นดี มีเสียงนกป่าร้องขับกล่อมในบางเวลา ก่อนจะอำลาป่าละอูในวันรุ่งขึ้น

หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวต้องการพักค้างแรม ทางอุทยานฯ มีบริการเต็นท์ให้เช่า คนละ 100 บาท/คน/คืน หรือ จะนำเต็นท์มาเองก็ได้ และมีบ้านพักจำนวน 4 หลัง ที่พักจะอยู่บริวเณที่หน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู ห่างจากน้ำตกประมาณ 4 กม. ติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมในเขตอุทยานฯ ได้ที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

วันที่ 11 ก.ย. 2560