‘สาธิต สุดบรรทัด’

‘สาธิต สุดบรรทัด’
งานคือการเรียนรู้ไม่มีค่าเสื่อม

 สำหรับวงการธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ผู้บริหารท่านนี้ถือได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างสูง เนื่องจากผลงานด้านการบริหารงานที่โดดเด่นทำให้ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายใต้แบรนด์ “ตราเพชร” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากแนวคิดการทำงานที่ทันสมัยมากด้วยประสบการณ์ทำให้ “สาธิต สุดบรรทัด” กลายเป็นผู้บริหารระดับแนวหน้าที่น่าจับมอง
 

 

              

 

                 “สาธิต สุดบรรทัด” จบปริญญาโท (Engineering Administration), Major in Marketing Technology, The George Washington University, Washington D.C., U.S.A. และผ่านการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ มากมาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขาย ภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’
                หากย้อนภาพในวัยเด็กแล้ว ความใฝ่ฝันในวัยเด็กช่วงนั้น คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่าไม่ได้คิดอะไรมากมาย โดยแง่การเติบโตก็คำถึงการเรียนในแต่ละดับแต่ขั้นตอนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม แต่เมื่อจบมาระดับหนึ่งคือปริญญาตรี ซึ่งผมจบอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต (สาขาวิศวกรรมอุตสาหกรรม) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (พระนครเหนือ) ซึ่งบางครั้งมองว่าเราจบงานด้านนี้แต่เมื่อทำงานจริงกลับไม่ได้เป็นไปตามที่เรียนโดยตรง แต่เริ่มต้นที่งานด้านขายเป็นวิศวกรขายมากกว่า ซึ่งมันจะบอกว่าในปี 2 ปีแรกของคนทำงานต้องค้นหาตนเองค้นหาความถนัดสักนิด ว่าเราถนัดอะไร เราก็สามารถไปต่อยอดได้ ซึ่งตอนนั้นเห็นว่าปริญญาตรีไม่พอแล้ว เราต้องไปต่อปริญญาโทเพิ่ม
ฉะนั้นความสำเร็จต่าง ๆ ที่มองมาตั้งแต่เด็กคือ หน้าที่การงานที่ดีแต่ว่าจะทางไหนเท่านั้น สำหรับผมต้องบอกผมมีความชำนาญงานด้านวัสดุ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างตลอดอายุการทำงานกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประการที่ 2 มองว่าผมถนัดด้านการขายและการตลาด ซึ่งการมาอยู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการต้องมองว่าสามารถบริหารกิจการให้เติบโตได้แน่นอนบริษัทที่จะเติบโตได้ต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ในแง่วิศวกรรมก็ประโยชน์ในหลักการที่ดีเราในฐานะผู้ผลิตสินค้าจัดจำหน่าย เราสามารถแนะนำลูกน้องเราได้
                สำหรับแนวคิดการทำงานนั้น จริง ๆ แนวทางการทำงานหลัก ๆ คงต้องมองกันว่าไม่ว่าจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ต้องมีเป้าหมาย ต้องไปดูว่า เราจะทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ซึ่งก็ต้องสอดคล้องกับแผนงานและไม่ได้แผนเดียวอาจมีแผน A แผน B เพราะบางครั้งแต่ละแผนแต่ละสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนทั่วไป อย่างเช่น บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโต เราต้องดูจากพื้นฐานการเติบโต ซึ่งแผนงานจะประกอบไปด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น งานด้านการขาย ก็ต้องดูช่องทาง เรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ภาพรวม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นต้น
                ด้านอุปสรรคและการแก้ไขปัญหา ผมเชื่อว่าการทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหา ต้องมองภาพว่าการทำงานไม่ใช่ทำเพียงท่านใดท่านหนึ่ง การทำงานร่วมกันซึ่งต้องมองในทุกปัญหาและเมื่อเกิดปัญหาต้องมานั่งดูและหาแนวทางที่สรุปร่วมกันเพราะหลายท่านที่มาร่วมระดมสมองย่อมมีแนวทางต่าง ๆ กันในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ว่า เกิดจากอะไรบ้าง เช่น ในกรณียอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปัญหาอาจเกิดจากช่องทาง หรืออาจเกิดจากผลิตภัณฑ์ไม่มีความพร้อม ก็ต้องหาทางออกร่วมกันจากตรงนั้นถือว่าเป็นข้อยุติ เป็นข้อสรุปที่เราจะเอาไปดำเนินงานแก้ไขปัญหา พอปัญหาได้รับการแก้ไขก็ต้องดูว่าเป็นไปตามที่เราใช้กลยุทธ์-ทิศทางตามนั้นหรือป่าว ถ้าไม่เป็นต้องมานั่งปรับกันเพื่อให้ผ่านอุปสรรคไปได้โดยความสำเร็จจะมาร่วมกันไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง
                การเปิดเวทีเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ เนื่องจาก “ตราเพชร” มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 31 ปี มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง ทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากภาควิชาต่าง ๆ อาทิ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มัณฑนศิลป์ ศิลปกรรมศาสตร์และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ จึงได้จัดทำโครงการ ‘DIAMOND STYLE Young Designer Contest 2016’ ให้นักศึกษาคนรุ่นใหม่เข้าร่วมประชันฝีมือส่งผลงานการออกแบบห้องรับแขกพื้นที่ไม่เกิน 18 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ My Space More Style ที่เน้น ‘ความสวยงาม’ และ ‘ประหยัดพลังงาน’ ภายใต้เงื่อนไขการวัสดุก่อสร้าง ‘ตราเพชร’ มาใช้ในงานออกแบบไม่ต่ำกว่า 80% ของวัสดุที่ใช้ทั้งหมด พร้อมทั้งนำมาออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในห้องอีกอย่างน้อย 2 ชิ้น
งานนี้ถือได้ว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีนักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมประกวดนับหลายร้อยชิ้น ก่อนจะถูกคัดเลือกให้เหลือผลงานที่เข้าสู่รอบสุดท้ายเพียง 12 ราย เพื่อนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยปรากฏว่า ‘ณัฐพงศ์ กงแก้ว’ หนุ่มนักศึกษาที่มาไกลจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของผลงาน ‘Diamond Living Project’ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงานการออกแบบภายใต้แนวคิด Outside in-Inside Out ที่เชื่อมโยงพื้นที่จากภายนอกสู่ภายในและจากภายในสู่ภายนอก ด้วยจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบห้องรับแขกให้มีกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่เพื่อเปิดรับลม ขณะเดียวกันก็มีการนำไม้ระแนงมาติดตั้งบริเวณด้านนอก เพื่อลดทอนแสงและความร้อนที่เข้าสู่ภายในพร้อมนำไม้ระแนงโทนสีน้ำตาลมาตกแต่งภายในห้องเป็นลวดลายคล้ายลูกศร ช่วยเพิ่มความสวยงามและเสน่ห์ให้ห้องรับแขกน่าอยู่มากขึ้น ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะถูกนำไปจัดแสดงในงานบ้านและสวนแฟร์ 2016
“เราตั้งใจให้โครงการ Diamond Style Young Designer Contest 2016 เป็นเวทีให้นักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และก้าวสู่การเป็นนักออกแบบดาวรุ่งรุ่นใหม่ในอนาคตหลังจากที่จบการศึกษาและเข้าสู่อาชีพนักออกแบบ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้นักศึกษาเหล่านี้มีความเข้าใจในคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ตราเพชร ซึ่งมีตั้งแต่กลุ่มหลังคา ผนัง และพื้น รองรับการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานออกแบบต่อไป”
                สำหรับข้อแนะนำแก่นักศึกษาจบใหม่นั้น ผมมองว่าเด็กจบใหม่คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักปีถึง 2 ปี เรียนรู้ตัวเองก่อนว่าเราถนัดอะไรเพื่อมองทิศทาง เช่น บางคนจบเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่ว่าจบแล้วเป็นนักเศรษฐศาสตร์ แต่เมื่อค้นหาตัวเองอาจรู้ว่าถนัดด้านการตลาดก็ได้ ตรงนั้นสำคัญ ถ้ามองออกว่าถนัดด้านการตลาดเราก็สามารรถไปเรียนรู้เพิ่มไปความรู้ในระดับปริญญาโทได้ซึ่งอาจส่งให้เราไปได้ไกล ทั้งนี้ ไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนงาน โดยที่ยังไม่อ่านตัวเอง แต่ต้องยอมรับเด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนสมัยก่อน ความอดทนสู้กับงานมีมากกว่าสมัยรุ่นนี้ ซึ่งเด็กรุ่นใหม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาจเป็นปัจจัยหนึ่ง บางครั้งก็ตกใจเหมือนกัน บางคนอาจทำงานไม่ครบปี เปลี่ยนงานทั้งที่งานใหม่ก็ยังหาไม่ได้ แค่ไม่พอใจ ไม่สบายใจก็เปลี่ยน ผมว่างานทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น งานโรงแรม ซึ่งผู้จัดการบางคนเคยอยู่ในครัวมาก่อนแสดงว่าเขารู้ปัญหาต่าง ๆ หรือคนเป็นเจ้าของใหญ่ ๆ เขาก็เคยอยู่โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ผมว่างานคือการเรียนรู้ไม่มีค่าเสื่อม ยิ่งคุณเรียนรู้ไปมากเท่าไหร่นั่นคือประสบการณ์

วันที่ 15 พ.ย. 2559