“ตู้บุญเติม” ลงทุนน้อย ผลตอบแทนดี

           ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย การใช้งานที่ง่าย สะดวกสบาย ส่งให้การให้บริการ “ตู้เติมเงิน”  ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นอย่างมากในแต่ละปี และแน่นอน เมื่อพูดถึงบริการตู้เติมเงิน ชื่อของ “บุญเติม” เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

 



           คุณสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส ได้เล่าถึงความเป็นมาของบริษัท ว่า  “บริษัท ตั้งมาเมื่อปลายปี 2008 เดือนธันวาคม ปีนี้จะครบ 7 ปี  ผู้ก่อตั้งคือ คุณพงษ์ชัย อมตานนท์ ซึ่งท่านเป็นประธานของ ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (Forth Corporation Public Company Limited) ด้วย และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (Forth Smart Service Public Company Limited) ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณพงษ์ชัย ตอนนั้น เมื่อย้อนไปประมาณเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เรื่องธุรกิจตู้เติมเงิน ถือเป็นเรื่องใหม่

 



           แนวคิดเบื้องต้น เนื่องจากทางฟอร์ท มีโรงงานและเป็นผู้ประกอบการทำงานโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานเอกชน และราชการ เช่น งานสัญญาณไฟจราจร สัญญาณป้ายอัจฉริยะ  ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือการวางระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมถึงการทำระบบ Wi-Fi ต่าง ๆ ให้กับองค์การโทรศัพท์  เป็นผู้ประกอบการในลักษณะ B2B หรือ B2G  ซึ่งโรงงานก็เปิดในส่วนรับจ้างผลิตด้วย

 



           ขณะนั้น คุณศิวพันธ์ รัตนวิโรจน์วงศ์ (ภายหลังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง) มาจ้างให้ทางฟอร์ท ผลิตตู้เติมเงิน เมื่อมีการผลิตมากขึ้น ทางคุณพงษ์ชัย ก็รู้สึกเอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมตู้เติมเงินขายดีนัก ซึ่งตอนนั้น คุณศิวพันธ์ ทำในลักษณะขายตู้  พอศึกษารูปแบบธุรกิจเรียบร้อย จึงตัดสินใจตั้งบริษัทร่วมกับคุณศิวพันธ์ ในชื่อฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (Forth Smart Service Co., Ltd.) ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท”

 



           สำหรับจุดเด่นบริการของบริษัท ที่แตกต่างไปจากธุรกิจตู้เติมเงินทั่วไป ก็คือ

           1.ทำเป็นแฟรนไชส์ คือ ไม่ขายตู้ แต่ให้สิทธิ์ในการใช้กับผู้ร่วมทุน โดยมีรูปแบบการลงทุนแบบ 3,000 บาท (บุญเติม เคาน์เตอร์เซอร์วิส) และแบบ 5,000 บาท (ตู้บุญเติม) ทางบริษัทจะเอาตู้ไปตั้ง พร้อมสัญญา มีผลตอบแทน ประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ของยอดเงินที่เกิดขึ้นในตู้นั้น   ในแต่ละเดือนทางบริษัทมีระบบโอนเงินเข้าธนาคารทุก ๆ เดือนให้กับผู้ลงทุน ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็เป็นไปตามแฟรนไชส์ของบริษัท ถ้ารายได้ไม่ดีก็ต้องมีการโยกย้าย หรือไม่ก็คืนสิทธิ์กลับมาที่บริษัท โดยมีระยะเวลาช่วงนี้ประมาณ 6 เดือน เงินลงทุนน้อย ผลตอบแทนดี มีบริการอะไหล่ฟรีตลอดชีวิต ผู้ร่วมทุนไม่ต้องดูแลอย่างอื่นเลย ทางบริษัทเป็นผู้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เรื่อย ๆ  เป็นผู้สร้างแบรนด์ให้เรื่อย ๆ จึงเกิดเป็น “บุญเติม” ขึ้นมา และขับเคลื่อนให้ลูกค้ารู้จักง่าย ๆ ว่า “เติมง่าย เติมไว ใช้บุญเติม…ตู้เติมเงินออนไลน์”

 



           2.เป็นตู้เติมเงินออนไลน์ คำว่า “ออนไลน์” ทำให้นึกถึงคอมพิวเตอร์ ที่จะมีระบบหลังบ้าน เหมือนตู้ ATM มีการต่อสัญญาณกันตลอดเวลา ข้อดีของตู้เติมเงินระบบออนไลน์ ก็คือ จะให้ความแม่นยำในการเติม เติมเร็ว เติมไว การบริหารจัดการทางหลังบ้านก็ง่ายกว่า ตอนนั้น FORTH SMART เป็นผู้ประกอบการรายแรก ๆ ที่ทำตู้เติมเงินออนไลน์ขึ้นมา ขณะที่ตู้ยี่ห้ออื่น ๆ จะเป็นแบบอะนาล็อก หรือเป็นตู้ฝังซิมลงไป คนที่ซื้อตู้ จะต้องคอยซื้อแอร์ไทม์ ลงไปใส่ในแต่ละซิม เช่นมี 3 ซิม 3 ค่าย ก็ต้องซื้อแอร์ไทม์ ทั้งสามค่าย และต้องคอยตรวจเช็กแอร์ไทม์อยู่ตลอด แต่ถ้าเป็นออนไลน์ เราสามารถใส่แบบพูลไว้ที่หลังบ้านเลย กระจายไปแต่ละตู้ การบริหารจัดการจึงง่ายกว่า ตู้จะไม่ดับเพราะเราบริหารในเรื่องแอร์ไทม์ดี

 



           2 ข้อนี้คือ จุดแตกต่าง ที่บุญเติมเหนือกว่าเจ้าอื่น

           บริษัทมีการเพิ่มบริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการเติมเงินมือถือ เช่น มีดูดวง ดูเลขเด็ด เรื่องเติมเงินเกม มีจ่ายบิล ขยายมาเรื่อย ๆ  และจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเราต้องซื้อตู้มาจากทาง Forth และนำมาขายเป็นรูปแบบแฟรนไชน์ ต้องใช้เงินลงทุนสูง ส่งผลให้ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนเรื่อย ๆ เพราะช่วงแรก รายได้ยังไม่ผลิดอกออกผลมากนัก จนขยายได้กว่า 30,000 ตู้ ทางบริษัทแม่ (ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น)  มองถึงเรื่องของการขยายตู้ที่เพิ่มขึ้นมาก ปีหนึ่งมีอัตราการเพิ่มตู้เป็นหมื่นตู้ แนวโน้มยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความนิยมก็เพิ่มมากขึ้น ระบบก็ต้องมีการพัฒนา จึงหาวิธีระดมทุนใหม่ นั่นก็คือ การเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในตลาด MAI เมื่อ 14 ตุลาคม ปี 2014 มีทุนจดทะเบียนที่ 400 ล้านบาท ชำระเต็ม หลังจากที่เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว คนรู้จักบริษัทมากขึ้น โทร.เข้ามาติดต่อเองมากขึ้น ตอนนี้เดือนหนึ่งตกพันกว่าราย

 



           แต่ละตู้ ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าประกันความเสี่ยงเดือนละ 40 บาท ต่อตู้ คุ้มครองกรณีโดนโจรกรรม ตามเงื่อนไขบริษัทฯ   เรามีระบบการบริหารส่วนต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐาน โดยมีตัวแทนเป็นผู้ให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ สำหรับผู้สนใจ ตัวแทนเราจะช่วยดูในเรื่องทำเล ว่ามีศักยภาพมากน้อยเพียงใด บริษัทมีตัวแทนอยู่ 200 รายทั่วประเทศ

 



           วิธีการลงทุน แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

           1.ให้เช่าพื้นที่ ตกลงค่าเช่ากันเลย คุณรับค่าเช่าเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องถือกุญแจ ไม่ต้องมีรหัสผ่าน ทางตัวแทนของบริษัทจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด

           2.เป็นผู้ร่วมลงทุน มีค่าลงทุนแฟรนไชน์ เงินลงทุนหมุนเวียน รวมค่าติดตั้ง ค่าประกันภัย เมื่อเวลาเลิก ก็จะได้เงินลงทุนหมุนเวียนกลับคืน

           ปัจจุบันธุรกิจทางบริษัทมีแนวทางการเติบโตที่ชัดเจน โดยยึดหลัก 5 แนวทาง เรียกว่า Digital Retail Channel เพื่อสร้างการเติบโตให้กับผู้ร่วมลงทุนและบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน มั่นคงพร้อมกับการขยายตู้ประเภทใหม่ ๆ ออกมา

 



           แนวทาง  1 เติมเงินมือถือ คนใช้เรื่อย ๆ ข้อดีของระบบของเรา ก็คือ เรามีศูนย์บริการ Call Center 24 ชั่วโมง เวลาเติมเงินแล้วมีปัญหา โทร.มาที่ศูนย์ของบริษัทได้ หรือกดปุ่มที่ตู้ เพื่อให้ทางศูนย์ติดต่อกลับ ของบริษัทมีการรับประกันความพึงพอใจด้วย ถ้าเติมเงินกับเราแล้วประสบปัญหาที่เกิดจากเรา เราแถมเงินให้ลูกค้าอีก 10 บาท ระบบของเราค่อนข้างรวดเร็ว ไม่ต้องเลือกระบบเครือข่ายก่อน เมื่อลูกค้ากดเบอร์ ระบบจะจับเครือข่ายให้เอง

 



           แนวทางที่ 2 บริการอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้ มีอยู่ 60 รายการ อาทิ เติม Wi-Fi โทร.ระหว่างประเทศ เติมเงินเข้ากระเป๋าเงินสด ซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ ซื้อประกันไว ซื้อสินค้า ดูดวง เกม จ่ายบิล เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือ บริการที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

           แนวทางที่ 3 บริการรับชำระบิล บรรดาบิลสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายสินเชื่อ บัตรเครดิต จ่ายค่าประกันรถของโตโยต้าลิสซิ่ง เครื่องสำอาง เราเปิดให้บริการหมด

 



           แนวทางที่ 4 ค่าโฆษณา ที่อยู่บนจอโฆษณาของตู้ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาวิ่ง โฆษณาระหว่างทำรายการ โฆษณาโปรโมชั่น ที่ผ่านมา ก็มีโฆษณาน้ำดื่มสิงห์ โฆษณาของช้าง โฆษณาของวอลล์ รวมถึงไปการหุ้มตู้ด้วยโฆษณา ในส่วนนี้ ก็จะมีส่วนแบ่งให้กับผู้ลงทุนด้วย

           แนวทางที่ 5 เรื่อง E-commerce บริษัทมองไปถึงผู้คนที่อยู่ไกล ๆ ตามหมู่บ้านต่างจังหวัด เขาอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายในการทำบางอย่าง ทางบริษัทได้มีโอกาสจับมือร่วมกับบริษัท อย่าง AIMstar ที่มีน้ำมันรำข้าวที่ดี ขายสินค้าผ่านหน้าตู้จับมือกับบริษัทเครื่องสำอาง อย่าง Beauty Buffet ซื้อสินค้าผ่านทาง Website และนำเงินมาชำระที่ตู้บุญเติมทางลูกค้ารอรับสินค้าที่บ้าน ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก เพราะตู้บุญเติมหาได้ง่าย มีทั่วไปกว่า 52,000 ตู้ในปัจจุบัน

 



           โดยปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายในการตั้งตู้ให้ครบ 60,000 ตู้ โดยจำนวนนี้ บริษัทได้มองเรื่องของการเป็นจุดรับชำระเงินและจุดเติมเงิน ที่มีเครือข่ายมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมกับบริการเรื่องใหม่ ๆ อาทิ โอนเงินธนาคารที่กำลังพัฒนาขึ้น เป็นต้น

           ขณะนี้บริษัทมีโปรโมชั่นให้กับผู้ใช้และช่วยเพิ่มยอดให้กับผู้ร่วมลงทุน นั่นก็คือ ท่านใดทำรายการ 2 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ มีสิทธิ์ลุ้นรับ iPhone 6 ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 เครื่อง แจกมอเตอร์ไซค์ทุกเดือน เดือนละ 1 คัน

           สำหรับผู้สนใจร่วมธุรกิจ “ตู้บุญเติม” สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2278-1777 ต่อฝ่ายขาย หรือ www.boonterm.com

 

วันที่ 13 มิ.ย. 2559