HUBBA Coworking Space ชุมชนแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ

          HUBBA  Coworking space  (พื้นที่ทำงานของคนอาชีพอิสระ)  แห่งแรกของเมืองไทย ก่อตั้งขึ้นมาจากความเจ็บปวด ของความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการคืนชีวิตของคนทำงานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมทั้งเป็นจุดนัดพบ ของนักสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยีการสื่อสารและนักออกแบบหลายสาขา และที่สำคัญผู้ก่อตั้ง อยากให้ HUBBA แห่งนี้ เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เดินเข้ามาสู่ชุมชนของความเป็นอิสระแห่งการสร้างสรรค์ 

 

     


          คุณอมฤต เจริญพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง HUBBA  ให้นิยามของ Coworking Space ว่า เป็นวิธีการ ความคิดในการทำงานรูปแบบใหม่  เป็นการเปลี่ยนการทำงานจากแต่ก่อนที่เล็งเห็นว่าทุกคน ใส่สูท ผูกไท นั่งอยู่ในล็อกออฟฟิศเล็ก ๆ ทนรถติด ทนสภาพมลภาวะ ทนความแออัดในเมือง  แต่ Coworking  ตอบโจทย์ของคน Gen Y คนที่อายุต่ำกว่า 30 ที่พวกเขาเล็งเห็นว่า การทำงาน หรือการใช้ชีวิตดีกว่า ที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยความรู้ ด้วยศักยภาพที่พวกเขามี บวกกับเครื่องมือ หรือเทคโนโลยี อย่างเช่น คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว กับอินเทอร์เน็ต เขาสามารถสร้างรายได้ มีไลฟ์สไตล์ ที่ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ และสามารถทำในสิ่งที่เขามีความสนใจ มีความยั่งยืน เทียบเท่าหรือมากกว่าการเป็นลูกจ้าง หรือการเป็นข้าราชการ 

 

 



          “ก่อนหน้านั้น มีสิ่งที่เรียกกันว่า Share office space คือคนหลาย ๆ คน นัดรวมกันมาอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน แต่ Coworking ในรูปแบบปัจจุบัน เกิดขึ้นในช่วงปี 2005 คือ ไม่ใช่แค่มารวมตัวอยู่ด้วยกัน แต่เริ่มมีการสร้างกลไกของคนที่ทำงาน ที่มาจากต่างที่ ต่างบริษัท แตกต่างอาชีพ มาสร้างบรรยากาศ วัฒนธรรม แล้วมีการจัดการให้เกิดความเชื่อมโยงกัน เกิดการพูดคุยกัน เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนลูกค้า และเปลี่ยนไอเดีย เกิดการช่วยกันพัฒนา ช่วยกันให้ความรู้ ช่วยกันลงทุน ช่วยกันในการเป็นที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และสุดท้ายทำให้เกิดในสิ่งที่เรียกว่า Community 

 


          Coworking space ในอุดมคติของผม ต้องเป็น Coworking space ที่ต้องทำให้ทุกคนหลงใหล มีความพึงพอใจที่จะมาใช้พื้นที่ในการทำงาน สำหรับคนที่มาจากแตกต่างอาชีพ ต่างบริษัท แต่สามารถมาทำงานแล้วรู้สึกว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน”

 



          สำหรับ  HUBBA คุณอมฤต ย้อนให้ฟังว่า  “HUBBA เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด ความลำบากส่วนตัว  เขาว่ากันว่า ธุรกิจที่ดีจะต้องเกิดจากความลำบาก ความเจ็บปวดส่วนตัว ตอนนั้น ผมกับพี่ชาย อยากทำธุรกิจ ผมเป็นพนักงานประจำ พี่ชายผมทำธุรกิจร้านอาหาร แต่เราอยากจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ อยากเข้าไปในวงการไอที ช่วงนั้นโมบาย แอพพลิเคชั่นยังไม่มา Smart phone ยังเป็น 3GS กับ Black berry bold  ตอนนั้น อินเทอร์เน็ต ยังเป็น 2G แต่เราเล็งเห็นแล้วว่า โมบายแอพ โมบายเกม จะต้องเกิด ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นมาก่อน ผมจบบัญชี พี่ชายจบวิศวะอุตสาหกรรม เราสองคนเป็นคนที่มี Passion แต่ไม่มี Connection ไม่มีความรู้ในสิ่งที่อยากทำ” 

 



          “กอรปกับช่วงนั้น เป็นช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ช่วงตุลาคม ปี 2011 บ้านผมถูกน้ำท่วม ร้านอาหารพี่ชายถูกน้ำท่วม เราย้ายไปที่พัทยา และได้ลิ้มรสชาติของความลำบาก ในการเริ่มต้นธุรกิจ แบบคนที่ไม่มี Community มาสนับสนุน ไม่มี Connection และไม่มีที่ทำงานที่ดี”

          “เราต้องทำงานอยู่ในบ้านเช่าห้องเล็ก ๆ มีสุนัขวิ่งไปวิ่งมา 13 ตัว อินเทอร์เน็ต 2G ไม่ได้ต่อ Wi-Fi  มีญาติแวะเวียนมาเยี่ยม  เป็นที่ทำงานที่ไม่สามารถสร้างผลงานให้ออกมาเต็มประสิทธิภาพ เราอยู่ไม่ได้  ไม่มีสมาธิ เราก็ต้องย้ายออก หลายคนเลือกไปทำงานที่ร้านกาแฟ  ตอนนั้น เราเห็นคนนั่งกันเต็มร้าน คนกรุงเทพฯ ก็หนีออกไป ไปทำงานตามร้านกาแฟต่าง ๆ แต่เราเล็งเห็นปัญหาอย่างหนึ่งว่า ร้านกาแฟไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อนั่งทำงาน เขาตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนทำงานแปบ ๆ กินกาแฟ แล้วก็กลับบ้าน การนั่งทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟ ผลเสียก็คือ มีเสียงดัง มีเครื่องปั่น มีอินเทอร์เน็ตที่อาจจะไม่เร็ว และไม่เสถียร ไม่ได้มีพรินเตอร์ แฟกซ์ สแกนเนอร์ ไม่มีห้องประชุม ไม่มีไวท์บอร์ด ไม่สามารถทิ้งของไว้ได้ ถ้าไปเข้าห้องน้ำ และอีกหลาย ๆ อย่าง” 

 



          “เราก็เลยมองกันว่า มันน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ แต่เราไม่สามารถที่จะไปเช่าออฟฟิศประจำได้ เราไม่มีทุน เราไม่สามารถเช่าสัญญาเป็นระยะยาวได้ เราไม่มีเงินที่จะไปตกแต่ง เราอยู่พัทยากี่เดือนก็ไม่รู้ ความรู้สึกช่วงนั้น และเราก็ไม่มีเพื่อนที่จะรู้จักกัน ที่จะไปเช่าออฟฟิศ หรือสตูดิโอ แล้วมาแบ่ง ๆ กันใช้ เวลามันไม่ได้ลงตัวมากขณะนั้น สุดท้าย คือมันไม่มีอะไรตรงกลาง” 

          คนที่อยากจะได้พื้นที่ทำงาน ที่ทำให้ได้งานเต็มประสิทธิภาพ ที่เป็นที่ทำงานแห่งความฝัน (Dream of  Place) ที่ ๆ  มีความสะดวกสบาย มีอุปกรณ์ครบ แต่ไม่ได้ใช้ของทุกอย่างเป็นประจำทุกวัน  ไม่ได้ใช้พรินเตอร์ทุกวัน มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง  แต่ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะอัพโหลดไฟล์เยอะ ๆ ทุกวัน

 



          “เราจึงมาคิดว่า ทำอย่างไรเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้เข้าถึงบริการ เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ในราคาที่เข้าถึงง่าย ในราคาที่ถูก ก็เป็นเหตุผลที่เราเริ่มทำ Coworking space และเราเห็นไอเดียแบบนี้ในอินเทอร์เน็ตมากมาย ในยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้ มีเป็นร้อย ๆ ที่ แต่ไม่มีในเมืองไทยขณะนั้น มีคนถามหา แต่ไม่มีคนเริ่ม

          เราก็เลยมาคิดกันว่า เป็นไอเดียที่ดี และถ้ามีในช่วงนั้น เราก็คงแวะไปใช้ ไปทำงาน ไปนั่งพูดคุยกับคนอื่น ๆ ซึ่งไม่มีใครทำ เราก็เลยตัดสินใจทำตั้งแต่วันนั้น”

 



          HUBBA ของเรา เป็น Coworking space ที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน ผมกับพี่ชาย เราเคยทำงานในตึกออฟฟิศสูง ๆ อยู่ซอยอารีย์ อยู่ถนนวิทยุ เป็นพื้นที่แออัด การจราจรติดขัด ค่าครองชีพก็สูง มีความเครียดสูง มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้ดีอะไร ไม่เห็นธรรมชาติ และที่สำคัญเพื่อนร่วมงานหลายคน เป็นออฟฟิศซินโดรม นั่งทำงานทั้งวันอยู่ในตึกสูง ห้องแอร์ ปวดหลัง ป่วย

          ก็เลยคิดตั้งแต่แรก Coworking space ของเราต้องมีธรรมชาติ ต้องมีสวน มีต้นไม้ อยากให้ทุกคนเดินไปเดินมาได้ และนี่คือจุดเด่นของ HUBBA ยังไม่มี Coworking space ที่ไหน ที่จะมีสวน มีที่นั่งเล่น ให้สมาชิก ไปนั่งบนสปริง ไปซ้อมมวย ไปนั่งทำงานบนทรัมโบลีน  และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้  ที่ตั้งของ HUBBA เป็นบ้านหลังเดี่ยว ที่เอกมัย ซอย 4

 



          HUBBA เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2012 ถือเป็นรายแรกในประเทศไทย ปัจจุบัน Coworking space มีประมาณ 40 ที่ ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กว่าที่ ที่ประกาศตัวเอง เป็น Coworking space แต่เป็นได้มากน้อย
ก็แล้วแต่คำจำกัดความของแต่ละที่

          “คำว่า Co-มาจากคำว่า Collaboration Community Co-operation คือการร่วมมือ การแลกเปลี่ยน ความเชื่อมโยงของคนใน Space เป็นสถานที่ที่ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่า เขาเป็นเพื่อนกับทุกคน เขาคุยกับใครก็ได้ เขาจะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้ เขาสามารถมีความสนิทใจ สบายใจที่จะเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยไม่มีความรู้สึกว่า จะโดนโกง ข้อมูลจะรั่วไหล เราพยายามจะสร้างวัฒนธรรมเหล่านี้”

          ในความเห็นของคุณอมฤต มองว่าแนวโน้มของ Coworking space จะมีเพิ่มมากขึ้น บวกกับจำนวนผู้ใช้จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะมี Coworking space หลากหลาย Theme มากขึ้น แล้วแต่ Location แล้วแต่ Community นั้น ๆ

          “แต่สำหรับ HUBBA เราเปิดรับทุกคน ทุกสายอาชีพ เราเองมีความชำนาญในเรื่องของไอที เทคโนโลยี ที่จะสามารถช่วยสมาชิกของเราได้”

 



          “ลูกค้าของ HUBBA ทุกวันนี้ มีทั้งขาจรที่เขามาทดลอง และสมาชิกประจำ ที่มีมากกว่า 100 คน ขึ้นอยู่กับสมาชิกของแต่ละทีม เรามีทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ส่วนตัว มีห้องประชุม เรายังสามารถรับสมาชิก และผู้สนใจได้อีก เนื่องจากเรามี 2 ที่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน” 

          การเตรียมตัวของลูกค้าที่จะใช้บริการ Coworking space  คุณอมฤต แนะนำว่า “เตรียมตัว 3 อย่างด้วยกันคือ 1 เอางานของตัวเองมา  เอาคอมพิวเตอร์ที่ทำงานมา 2.พร้อมเป็นสมาชิกที่ดี มาที่นี่แล้ว ไม่ใช่นั่งทำงานของตัวเองแล้วกลับบ้าน ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต่างกันคนที่มาแชร์ออฟฟิศทำงาน คุณภาพชีวิตและประโยชน์ของการใช้ Coworking space มันจะเกิดจากการที่คุณได้คุยกับใครบ้างหรือยัง คุณได้ยิ้มให้กับคนรอบข้างคุณ คุณได้มีโอกาสพูดคุยกับคนอื่น ๆ คุณได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ คุณได้สนุกกับการทำงานมากขึ้น คุณได้เรียนรู้อะไรมากมาย 3.จาก 2 ข้อข้างต้น คุณได้ Connection ได้เรียนรู้ได้พัฒนาธุรกิจของตัวเอง จากการที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นสมาชิก Coworking space

 



           ตอนนี้ เรามีอยู่ 6 ที่ อาทิ เราเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ของ Pun space ที่เชียงใหม่ มีโต๊ะลาว ที่เวียงจันทน์ จะมีในประเทศเพื่อนบ้าน และต่างจังหวัด ปีนี้ เราตั้งเป้าว่า จะมีให้ได้ 10 ที่ (จาก 6 เป็น 10)”

          “Coworking space ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด มันไม่ใช่ของใหม่ มันคือการทำงานในรูปแบบที่มีมันควรจะเป็นมาตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้ สิ่งที่ Coworking space ทุกเจ้าตั้งใจคือ การเอาความเป็นมนุษย์ ความเข้าใจในการใช้ชีวิตกลับมา หวังว่าทุกคนจะมาลอง และได้มาซึมซับวัฒนธรรมแบบนี้ แล้วไปบอกต่อ การเป็นผู้ประกอบการอิสระ หรือว่า ฟรีแลนซ์มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด โดยเฉพาะคุณได้มีโอกาสมาอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ เรามีทางเลือกให้กับทุกคน เรามีผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ด้าน ที่คอยสนับสนุนทุกท่าน ถ้าคุณขาดความรู้ทางด้านไหน บอกสต๊าฟของเราได้ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อให้คุณ เราต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุก ๆ คน”  คุณอมฤต กล่าวทิ้งท้าย 

วันที่ 13 มิ.ย. 2559