ก้าวย่าง A I System

From Passion to Sustain

-------------------------------------------------------------------------------------------
A I System
The Best-Driven IT Business Solution Integrator
-------------------------------------------------------------------------------------------


จาก Passion ที่ต้องการสร้างบริษัท เพื่อผลิตซอฟต์แวร์ (Software) ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นงานคุณภาพ และการทำบริการ (Service) ที่ให้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการอย่างแท้จริง มาจนวันนี้ 2 ผู้บริหารไฟแรง คุณเกรียงไกร สุทธินราธร และ คุณวรวุฒิ อริยสินสุวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม จำกัด (A I System) ต้องการที่จะสร้างให้บริษัทของพวกเขาก้าวสู่ความยั่งยืน (Sustain) มากขึ้นในอนาคต   
    บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม จำกัด ดำเนินกิจการเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้บริการด้านสารสนเทศอย่างครบวงจรให้กับลูกค้า ด้วยการนำเสนอระบบงานและบริการให้คำปรึกษาที่สนับสนุนความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยมุ่งหวังให้ได้ความพึงพอใจสูงสุด รวมไปถึงการที่ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุดภายในขอบเขตของงบประมาณและเวลาที่ได้กำหนดไว้สำหรับแต่ละโครงการ โดยบริการประกอบ 4 บริการดังนี้
    1.IT Solution Consulting-ที่ปรึกษาด้านสารสนเทศครบวงจร IT, Network, Security และ Hardware-Infrastructure
    2.Enterprise Web System-พัฒนาระบบ Enterprise Web Package เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้ง Ai-CRM, PIAs Solution, Ai-WMS, SCM. และ LMS
    3.Enterprise Application Integration-พัฒนาระบบเชื่อมต่อ ERP ชั้นนำ โดยเฉพาะ SAP-ORACLE เพื่อต่อยอดการใช้งานบนเทคโนโลยี Mobile, RFID, Barcode, GPS และ E-Commerce    
    4.Strategic Business Consulting-บริการที่ปรึกษาวางกลยุทธ์ด้าน IT สำหรับองค์กร
    คุณเกรียงไกร กับ คุณวรวุฒิ กอดคอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เป็นนักเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากจบปริญญาตรี ต่างเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงาน ก่อนที่จะกลับมาตั้ง บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม จำกัด (A I System) ร่วมกันในปี 2003

 


   


    “เราสองคนทำบริษัทไอทีมาก่อน แต่อยากจะมีซอฟต์แวร์เป็นแบรนด์ของเราเอง เราจึงตัดสินพัฒนาซอฟต์แวร์ของเราขึ้นมา ก่อนที่จะคุยกันว่า ถึงเวลาที่เราจะทำเป็น Own Business ของเราเอง ในช่วงนั้นมี Passion ที่จะทำอยู่ 2 เรื่อง เรื่องที่หนึ่ง เราอยากทำ Software ที่มีคุณภาพ เราต้องการขาย Software ของเราไปยังต่างประเทศบ้าง เป้าหมายของเราก็คือ ตลาดในเอเชีย และตลาดใน CLMV อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การทำธุรกิจ IT Services ให้ได้ผลลัพธ์จริง ๆ อย่างที่เราต้องการ"   
    พวกเราเติบโตมาจาก Enterprise Software ก็คือ บริการองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ เราจะถนัดกับกลุ่มธุรกิจนี้มาก ๆ  Software ของเรามีหลายตัว อาทิ ระบบควบคุม Plant ปูนอัตโนมัติ (ปัจจุบันกว่าครึ่งของธุรกิจแพลนต์ปูนซีเมนต์ในประเทศไทยเป็นลูกค้าของเรา) โดยระบบเริ่มตั้งแต่รถเข้าพื้นที่ คิวรถ ชั่งน้ำหนักเข้า-ออก เปิด-ปิดอัตโนมัติ ไล่กันตั้งแต่ไม้กั้น ตาชั่ง รถจอด ไม่ต้องมีการลงมาจากรถ เพื่อทำการจดบันทึก ทั้งหมดคืออัตโนมัติหมด ด้วยเทคโนโลยี RFID ระยะไกล (เทคโนโลยีเหมือนระบบ Easy Pass) ซึ่งทำให้ลดเวลาในการทำงานและเป็นอัตโนมัติหมดทั้ง Process
    อีกกลุ่มที่เราทำก็คือ CRM System (Customer Relationship Management) ภายใต้แบรนด์ Ai-CRM Enterprise System ซึ่งปัจจุบันเรามีลูกค้ามากกว่า 50 กว่าบริษัท แบ่งออกเป็น Solution ที่เป็น Call Center เช่น ลูกค้าการไฟฟ้านครหลวง, CRM Real Estate Solution ที่เราได้รับโอกาสจากทาง เสนาดีเวลลอปเม้นท์, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และอีกหลากหลาย Developer ซึ่ง Software ต่าง ๆ จะเป็น Package ที่เราพัฒนาขึ้นมาอย่างครบวงจร นอกจากนี้ เรายังมีอีกหลากหลาย CRM Solution ทั้งในส่วนของ Salesforce Automation, Loyalty Program และ Advance Services Solution ให้กับองค์กรขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่อีกด้วย” คุณเกรียงไกร กล่าว

    

    คุณเกรียงไกร สุทธินราธร


    นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 14 ปีที่คุณเกรียงไกร กับคุณวรวุฒิ นำทัพลูกทีมเอ ไอ และบริษัทในเครือ ให้เป็นที่รู้จักของคนในวงการไอทีอย่างกว้างขวาง ก้าวต่อไปของสองผู้บริหารหนุ่ม คือความตั้งใจที่จะนำพาบริษัท สู่ยุคแห่งความยั่งยืน (Sustain)
    คุณวรวุฒิ ขยายความอย่างตั้งใจให้ฟังว่า “อยากให้องค์กรเดินไปได้ด้วยตัวองค์กรเอง โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง เป็นธรรมดาที่องค์กรขนาดกลาง จะมี Action บาง Action ที่ยังขึ้นกับตัวบุคคลอยู่บ้าง เราต้องการทำให้องค์กรเรามีระบบบริหารงานภายในที่เติบโตขึ้น เพราะถ้าพูดถึงคน บริษัท ไอที ที่มีคนระดับเรา ถือว่าเป็นองค์กรขนาดกลางแล้ว สิ่งที่เราอยากทำในเวลานี้ ก็คือการ Sustain ธุรกิจ ให้มี Growth ที่ชัดเจนมากขึ้น และมีการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เราต้องการทำบริษัทให้ยั่งยืน ด้วยระบบการบริหารที่รองรับลูกค้ารายใหญ่ของเราได้ทันต่อเวลา และมีคุณภาพเป็นที่พึงพอใจ รวมถึงคนของเราภายในเองก็มีความสุขความสำเร็จกับ Process ภายในที่ปรับจนได้คุณภาพเดียวกัน”  
    คุณเกรียงไกร กล่าวเสริมว่า “ผ่านมาได้ 10 กว่าปี ถึงเวลานี้ เราขอมุ่งพัฒนาเพิ่มเติมไปที่ 2 เรื่อง ก็คือ Standard ที่โตขึ้น เราพูดถึง Quality คือเราทำมาถึงวันนี้ เรื่องของ Package ที่มีชื่อติดตลาดแล้ว อย่างเช่น การที่เรารองรับลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นที่รู้จักได้แล้ว และลูกค้าให้โอกาสเป็นองค์กรอ้างอิงในการไปพัฒนาในองค์กรต่าง ๆ ต่อเนื่องได้ ซึ่งนั่นมาจากคุณภาพของงานที่ลูกค้าได้รับจนมั่นใจ ดังนั้น เราจึงต่อยอดจากตรงนี้ ก่อนที่เราจะขยาย Package ของเราออกไป ในตลาดต่างประเทศ
    อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของบริการ คือ การสร้างบริการที่สร้างความสำเร็จของลูกค้าอยู่ข้างในร่วมไปกับเรา ให้มีความชัดเจนให้มากขึ้นในปีนี้ คือ หลายบริษัทอาจจะคิดว่า การให้บริการที่สำเร็จคือตามจำนวนเงินที่ได้รับมา แต่เราไม่คิดอย่างนั้น เพราะว่ามันไม่ยั่งยืน บางครั้งเราอาจจะต้องยอมเจ็บในบางอย่าง เราอาจจะเสนอให้ลูกค้าได้มากกว่าที่เขาคิด เพื่อให้ลูกค้าทำงานกับเรา จนท้ายที่สุด ก็จะเกิด Win-Win Situation นั่นคือ Service ที่มีความสำเร็จร่วมกัน ทั้ง 2 เรื่องนี้ คือสิ่งที่องค์กรของเรา Focus นับจากนี้ไป 
    ทีมงานของเรามีความพร้อมที่จะเดินไปในทิศทางที่เราตั้งเป้าไว้ รวมทั้งเราเองในฐานะผู้บริหารก็ให้ความสำคัญกับ Standard ที่พัฒนาขึ้นให้ชัดเจน เสริมความรู้จากภายนอกในการบริหารจัดการให้กับทีมงาน เพื่อให้น้องในทีมสามารถทำงานอย่างเป็นระบบ ที่มี Quality Control และตอบโจทย์ของลูกค้าที่ท้าทายขึ้นได้ตลอดเวลา
    คุณวรวุฒิ กล่าวเสริมต่อว่า “ถ้าเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ตัวผมเองไม่รู้สึกยุ่งยากอะไร ในฐานะที่ผมบริหารทีมงานในส่วน Production ผมจะดูในมุมของทฤษฎี มุม Business Flow ที่ Software Package ของเราต้องรองรับ ตัวเทคโนโลยีปัจจุบันที่พัฒนาไปเรื่อย ๆ ในมุมมองของผม มันเปลี่ยนแปลงแค่หน้าตา แต่ Pattern มันเหมือนกันหมด อย่างเช่น App. ในสมาร์ทโฟน ผมจะเรียกว่า เป็นหน้ากาก แต่เบื้องหลังหน้ากาก แท้จริงเป็นเรื่องของข้อมูล ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีองค์กรใหญ่ ๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยน Business Process หลักที่ข้อมูลรองรับไปได้ทั้งหมด เราพัฒนาระบบเพื่อรองรับ Process หลัก และต่อยอดด้วยการที่เรามี Tools เพิ่มเติมขึ้น Features ที่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น รองรับในการบริหาร Data ที่มีมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน คนบริโภคข้อมูลกันมากขึ้น และทีมบริหารของลูกค้าต้องการเห็นภาพสรุปที่ชัดเจน ตรงกับโจทย์อย่างแท้จริง”
    เมื่อถามถึงกลุ่มลูกค้าของทาง เอ ไอ คุณเกรียงไกร ตอบว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่เล่าให้ผมฟังว่า ได้รับ Reference ของลูกค้ามาเรามาก่อนแล้วจึงติดต่อเข้ามาเพื่อให้เราเข้าไป Pitching งาน รวมถึงในช่วงหลังบริษัทที่โตจากขนาดกลางเป็นขนาดใหญ่และกำลังจะเข้าตลาด mai หรือ SET ที่องค์กรลูกค้ารู้แล้วว่า ถึงเวลาต้องปรับ Software ภายในบริษัทของเขา ให้มี Scale ที่ใหญ่ขึ้น ตามขนาดของบริษัทและมี Software Vendor ที่มีความมั่นคงเติบโตไปพร้อมกับเค้าได้จริงก็ติดต่อเข้ามามากเช่นกันครับ ในส่วนของบริษัทที่ขนาดยังไม่ได้ใหญ่มาก ปรกติก็สามารถเข้ามาปรึกษากับทางเราได้ครับ เราก็จะมีข้อเสนอที่เหมาะสมกับบริษัทของลูกค้าด้วยเช่นกัน” 

 

     

     คุณวรวุฒิ อริยสินสุวงศ์


    คุณเกรียงไกร สรุปปิดท้ายถึงเป้าหมายของ เอ ไอ ว่า “ผมว่า Passion เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่เป็นแรงผลักดันในการพัฒนา แต่การพัฒนาที่จะต่อยอด และเติบโต ได้อย่างแท้จริง จะต้องมี Process Improvement ที่เสริมด้วยประสบการณ์ในการเรียนรู้ ทั้งผิด-ถูก เพื่อที่จะคัดเฉพาะที่ถูกและไปต่อ กับบริหารสิ่งที่ผิดพลาด ให้เกิดซ้ำน้อยที่สุด พอเราเลือกได้อย่างถูกต้อง มันก็จะสร้างความสำเร็จให้กับทีม องค์กร และบุคลากรทุกคนอย่างยั่งยืน”
    สนใจต้องการต่อยอดธุรกิจของคุณกับ บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม โทร.0-2637-1142-3 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aisystem.co.th

วันที่ 7 พ.ย. 2560