‘ชิงหวา’

มหาวิทยาลัยยอดนิยมของจีน
มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประเพณีสืบทอดมายาวนานในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ มีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องนักศึกษาแลกเปลี่ยน หลักสูตรร่วม การประชุมระดับประเทศ และกิจกรรมระดับประเทศมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชิงหวาแสดงบทบาทในโลกแห่งการศึกษาอย่างชัดเจน

   

    นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศสู่ชาวโลกในปี 1978 มหาวิทยาลัยชิงหวาก็ได้พัฒนาตัวเองก้าวสู่มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยมากขึ้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยประกอบด้วย 14 โรงเรียน 56 คณะ อาทิ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา เศรษฐศาสตร์ การจัดการ การศึกษา และศิลปศาสตร์ มีนักศึกษากว่า 25,000 คน ระดับปริญญาตรีประมาณ 13,000 คน และระดับปริญญาโทขึ้นไปประมาณ 12,000 คน
    มหาวิทยาลัยชิงหวา เริ่มเปิดรับนักศึกษาต่างชาติเมื่อปี 1950 นับจากวันนั้นจนมาถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 27,000 คนแล้ว ในปี 2014 มีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 3,400 คนจาก 126 ประเทศ เดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยชิงหวา ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก
    โดยในปี 2015 มหาวิทยาลัยชิงหวา เปิดหลักสูตรเพิ่มเติมระดับปริญญาตรี 38 โปรแกรม ปริญญาโท 95 โปรแกรม และปริญญาเอก 79 โปรแกรม สำหรับนักศึกษาต่างชาติมี 13 โปรแกรม ระดับปริญญาโทที่จะสอนด้วยภาษาอังกฤษ

   

   

    ยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยชิงหวา ยังได้เปิดหลักสูตรแบบไม่มีปริญญาให้ผู้สนใจเข้าร่วมโปรแกรมได้ อาทิ หลักสูตรเรียนแบบก้าวหน้า, นักศึกษาแลกเปลี่ยน, โครงการวิจัยร่วม, โปรแกรมเรียนภาษาจีน, โปรแกรมระยะสั้น และโปรแกรมเรียนซัมเมอร์ สำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย
    นักศึกษาจากประเทศไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชิงหวาในลำดับต้น อันได้แก่ นักศึกษาจากเกาหลี สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ ปากีสถาน รัสเซีย ออสเตรเลีย ไทย สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย และอิหร่าน 
    อย่างที่เราทราบ ๆ กันว่า มหาวิทยาลัยชิงหวา เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน ตั้งอยู่ในเมืองปักกิ่ง เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์มากมาย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการแข่งขันอย่างมากทุก ๆ ปี ผู้สมัครจะทำคะแนนกันสูงมาก ๆ
    ผู้สนใจสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.is.tsinghua.edu.cn

ขอบคุณภาพจาก :  www.tsinghua.edu.cn, en.wikipedia.org

วันที่ 5 ต.ค. 2560