กินเที่ยว-เมืองชลบุรี

ชายฝั่งทะเลตะวันออกนั้นมีความยาวคดเคี้ยวกว่า 400 กิโลเมตร กินพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จะว่าไปแล้วพื้นที่ดังกล่าวมีสถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารอร่อย ๆ ฝังตัวอยู่ไม่น้อยเลยครับ จนได้ชื่อว่าเป็นแดนสวรรค์ของการกินการเที่ยวอีกแห่งของบ้านเรา ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือแม้แต่วันธรรมดา บนถนนสุขุมวิท จะแออัดไปด้วยขบวนรถนักท่องเที่ยว ต่างหลั่งสู่ชายทะเลตะวันออก


      

 

     ชลบุรี เป็นจังหวัดแรกของการย่างเข้าสู่ภาคตะวันออก เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกรุงเทพฯไม่ไกลมาก ขับรถเพียง 1 ชั่วโมง ชลบุรีเริ่มมีกลิ่นอาหารทะเลเข้ามาแตะจมูก เมื่อเข้าเขตตัวเมือง เลยตัวเมืองไปหน่อย เลี้ยวซ้ายแวะเที่ยวหาดบางแสน เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ นอนเปล-อาบแดด กินไก่ย่าง ส้มตำจากร้านค้าริมหาด บางแสนมีหาดทรายขาวสะอาด ยังรักษาบรรยากาศเงียบสงบได้ดีเช่นเดิม แต่ที่แปลกใหม่ขึ้นมาหน่อยคือ ถนนเลียบหาดติดไฟแสงสียามค่ำคืน มักมีเด็กแว๊น  ซิ่งมอเตอร์ไซค์สร้างความรำคาญในบางเวลา 
     จากบางแสนมาต่อที่ตำบลอ่างศิลา มองหาซื้อครกหินอันลือชื่อของที่นี่ คนรุ่นปู่ รุ่นย่าของเรารู้จักดี เพราะอ่างศิลาได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ตั้งให้เป็นเมืองท่าจอดเรือสินค้า มีอากาศโปร่ง ชาวตะวันตกนิยมมาตากอากาศและส่งผู้ป่วยมาฟักฟื้น ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 เสนาบดีกรมท่าได้สร้างค่ายหลวงใหญ่ไว้รับเสด็จ เมื่อพระองค์เสด็จประพาสจันทบุรีและชลบุรี จึงได้เสด็จฯ มาประทับแรมที่อ่างศิลาบ่อยครั้ง
     เกาะสีชัง มาเกาะนี้ต้องร้องเพลง สีชัง ชังแต่ชื่อของหม่อมหลวงถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ที่มีความไพเราะพริ้งกินใจ ให้บรรยากาศชวนหลงใหล เกาะสีชัง อยู่ห่างฝั่งอำเภอศรีราชา 12 กิโลเมตร มีเรือโดยสารแล่นเข้า-ออกทุกชั่วโมง เรียกว่าไปง่าย-กลับสะดวกครับ
ชุมชนเกาะสีชังอยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะแบบชิล ๆ ด้วยรถสามล้อเครื่องซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อขาใหญ่ มณฑปรอยพระพุทธบาท และพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน เกาะสีชัง เป็นเกาะหิน ไม่มีหาดทรายให้นอนอาบแดด สำหรับคนขี้ร้อนมาแล้ว...คงต้องผิดหวังครับ
     ถนนสุขุมวิทสายเก่าทอดยาวขนานไปกับท้องทะเลสีคราม มีรถแล่นสวนกันเหมือนกองทัพมด จราจรติดขัดทั้งยามเช้าและบ่าย ที่ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง มาแวะชมปราสาทสัจธรรม ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลบนแหลมราชเวช ดูแล้วยิ่งใหญ่ตระการตา ไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ ตัวปราสาทสร้างเป็นทรงจัตุรมุข แกะสลักสวยงาม เป็นเรื่องราวของรามเกียรติ์มหากาพย์รามายณะ ที่ให้ปรัชญาทางความคิด บอกถึงความชั่วและความดี ที่ได้บทสรุปความดีย่อมชนะอธรรม ปราสาทสัจธรรมถือเป็นปฏิมาสถาปัตย์ไม้ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างโดยคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เจ้าของเบนซ์ทองหล่อ ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ
     นอกจากตัวปราสาทจะสวยแล้ว พื้นที่โดยรอบปราสาทสัจธรรมยังมีกิจกรรมนั่งม้า ขี่ช้าง สร้างบรรยากาศไม่ให้นักท่องเที่ยวจำเจออีกด้วย.....
     เลยปราสาทสัจธรรมไปหน่อย ก็พักเหนื่อยที่พัทยา ชายหาดที่มีแนวโค้งดั่งรูปพระจันทร์เสี้ยว วันนี้คึกคักจอแจไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินทางเข้ามาหากิน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เยอะ ตามสภาพของการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โตแบบก้าวกระโดด พัทยาเดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ เมื่อราวกว่า 40 ปีที่ผ่านมา สมัยสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันใช้เป็นสถานพักผ่อนของเหล่าทหาร จนกลายเป็นสถานที่ตากอากาศมีชื่อเสียงในที่สุด
     แม้จะมีสถานท่องเที่ยวให้เที่ยวชมจนตาแฉะ แต่ชลบุรีก็เป็นเมืองที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีทั้งอาหารทะเล ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใส่หมูบะช่อ น้ำซุปให้รสชาติของปลาหมึกแห้งโดดเด่นไม่เหมือนใคร ส่วนที่พัทยา เลือดหมูคุณศรีในตอนเช้า และก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือน หรือร้านแดง-ดำที่ถนนพัทยาสายกลาง ก็อร่อยล้ำลึก จึงอยากให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง

 



    

 

    

วันที่ 11 ก.ย. 2560