ดับร้อน...ทะเลสาบทุ่งกุลา

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา  ถือโอกาสกลับบ้านเกิดที่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ครับ และหลังจากรดน้ำดำหัวขอพรจากคุณแม่ และญาติผู้ใหญ่ แล้ว จากนั้นก็ขับรถเที่ยวต่อในพื้นที่อำเภอใกล้เคียง  โดยมุ่งไปที่ทะเลสาบทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นจุดแรกซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่สร้างความฮือฮาแก่หนุ่ม-สาวชาวเมืองช้างมากทีเดียว

 

                   

 

          อันที่จริงทะเลสาบทุ่งกุลาฯ เพิ่งจะได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ตัวเองงงอยู่เหมือนกัน เพราะบนพื้นที่แห้งแล้งอันกว้างใหญ่ของทุ่งกุลา ยังมีทะเลสาบ ซุกซ่อนอยู่อีกหรือ  มันจึงเป็นเรื่องคาใจ เลยต้องไปพิสูจน์
เราเดินทางจาก อ.รัตนบุรี ผ่าน อ.ท่าตูม ระยะทาง 18 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปบนเส้นทางท่าตูม-สุวรรณภูมิ อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายสู่เส้นทาง อ.ชุมพลบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอยู่เส้นทางสายย่อย เข้าไปในพื้นที่ทุ่งกุลา ผ่านโค้งอีกหลายตลบ
          ทุ่งกุลาร้องไห้ ทุกวันนี้หนีห่างจากความแห้งแล้งไปนานแล้วครับ หลังจากนโยบายเปลี่ยนแล้งเป็นอีสานเขียวของรัฐบาลชุดก่อน มีการสร้างน้ำ ขุดบ่อ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าว ทำนา ข้าวมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ เลยมีชื่อเสียงก้องโลก
พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้  กินพื้นที่ 4 จังหวัดครับคือ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ และมหาสารคาม ในอดีตเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทุ่งกุลาร้องไห้จัดเป็นพื้นที่มหาโหด เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า มีแต่ความแห้งแล้ง ไม่สามารถปลูกพืชได้เลย จนมีตำนานเล่าขานกันว่า เคยมีพ่อค้าเผ่ากุลา จากประเทศพม่า เดินทางมาค้าขายแล้วพลัดหลงเข้าไปในทุ่งกุลา  พวกเขาต้องอดน้ำ อดอาหาร เหนื่อยล้าจนร้องไห้ เพราะหาทางออกไม่เจอ

 

         

 

           ในทุ่งกุลาร้องไห้ เราพบเห็นหมู่บ้านเป็นระยะ สลับกับท้องนาอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยซังข้าว  นอกจากนี้ยังมีต้นยูคาลิปขึ้นอยู่ประปรายตามท้องทุ่ง เป็นภาพที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
           เรามาถึงทะเลสาบทุ่งกุลาในเวลาต่อมา  รู้สึกว่าทะเลสาบแห่งนี้จะมีผู้คนคับคั่ง มาเที่ยวจนล้นทะลัก  มาแย่งกันกิน มาแย่งกันใช้ แย่งกันเล่นน้ำ จนทำให้ทะเลสาบ เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มองดูคับแคบ แถมยังมีการสร้างแพลงไปในน้ำและบนบกเป็นแนวยาวให้คนได้มานั่งดื่มกิน เพื่อรอลูกหลานตัวเองที่มาลงเล่นน้ำ โดยมีพ่อค้านำห่วงยางมาวางให้เช่า
          นอกจากนั้นในทะเลสาบ ก็มีกิจกรรมการเล่นสกีน้ำ จักยานน้ำ รวมทั้งบานาน่าโบ๊ท เป็นสวนสนุกให้คนได้ดับร้อนอีกด้วย

 

         

 

         


          ทะเลสาบทุ่งกุลา ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติครับ แต่เกิดจากการขุดดิน เพื่อนำดินไปสร้างทาง สร้างถนน ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ต่อมาก็มีนักธุรกิจหัวใส มาสร้างแพขายอาหาร และสร้างกิจกรรมทางน้ำ กลายเป็นสถานท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.สุรินทร์
          หลายคนมาแล้วประทับใจ ได้สนุกกับครอบครัว แต่สำหรับเราแล้ว ทะเลสาบทุ่งกุลาฯเป็นแค่ของเล่นแห่งใหม่ ที่พ่อค้าต่างแสวงหากำไรจากผู้มาเยือน เพราะแค่จอดรถแป๊ปเดียว ก็คิดราคา 50 บาทเข้าไปแล้ว ฮ่า....

วันที่ 11 ก.ย. 2560