ช่างซ่อม ปากกาหมึกซึม

“ความละเอียดลออ” ต้องมา

อาชีพที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้ จะว่าไปแล้ว ไม่ได้เป็นอาชีพที่แปลกประหลาดอะไรแต่สิ่งหนึ่งที่คนทำอาชีพนี้ต้องมีก็คือ ความละเอียด เรียบร้อย นอกเหนือใจรัก และความอดทน นั่นก็คือ ช่างซ่อมปากกาหมึกซึม นั่นเอง
    พูดถึงปากกาหมึกซึม ทำให้ย้อนไปถึงวัยเรียนช่วงมัธยมต้น ของโรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งที่ให้นักเรียนหัดใช้ปากกาหมึกซึมในการเขียนงาน แต่ด้วยวัยในเวลานั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ให้เขียนก็เขียนไป สงสารหน่อยก็เพื่อนที่ถนัดซ้าย ที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าเราที่เป็นคนถนัดขวาอยู่แล้ว และแน่นอน เมื่อปากกา หรือหัวแตก ซื้อใหม่สิครับ รออะไร จนมาวันนี้ ทำให้รู้ว่า เขามี ช่างซ่อมปากกาหมึกซึม ด้วย ที่สำคัญบางประเทศ เป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีทีเดียว
    ริชาร์ด บินเดอร์ ชายวัยเกษียณที่รัฐนิว แฮมเชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตัวละครหนึ่งที่หยิบยกมาพูดคุยเกี่ยวกับอาชีพที่ว่านี้

   


    คุณลุงบินเดอร์ ยอมรับว่า เป็นคนที่เขียนหนังสือไม่สวย และไม่เคยคาดคิดเหมือนกันว่า วันหนึ่ง เขาต้องหันมาจับธุรกิจเล็ก ๆ คือ ช่างซ่อมปากกาหมึกซึม คุณลุงเริ่มเห็นเส้นทางของอาชีพนี้ หลังจากที่แกหันหลังให้กับธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงหันมาทำอาชีพซ่อมปากกาหมึกซึมอย่างเต็มเวลา สำหรับปากกาที่แกรับซ่อมนั้น ปัจจุบันมาจากทุกหนทุกแห่งจริง ๆ จากต่างประเทศก็มีมาจาก นิวซีแลนด์, แอฟริกาใต้ หรือแม้แต่จากประเทศญี่ปุ่น ก็มี “เรามีลูกค้าเป็นพัน ๆ คนจากประเทศต่าง ๆ มากกว่า 60 ประเทศ แต่ที่เยอะหน่อย ก็เห็นจะเป็นออสเตรเลีย กับ นิวซีแลนด์” คุณลุงบินเดอร์ กล่าว ปากกาด้ามหนึ่ง คุณลุงใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็ซ่อมเสร็จ แต่บางด้าม อาจจะลากยาวหลายชั่วโมง หรือเล่นป็นวัน ๆ ก็มี สนนราคาค่าซ่อมก็มีตั้งแต่ราคา 20, 35 เหรียญสหรัฐ เรื่อยขึ้นไป 
    อาการที่พบบ่อยหน่อย ก็ไล่มาตั้งแต่ หัวหมึกตัน หัวหมึกแตก ระบบส่งน้ำหมึกขัดข้อง อาการเหล่านี้ สำหรับคุณลุงบินเดอร์ แล้ว ไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณลุงบินเดอร์ บอกว่า หัวใจหนึ่งของการเป็นช่างซ่อมปากกาหมึกซึม ก็คือ เรื่องของความเอาใจใส่ ความละเอียดลออ ต้องเป็นคนที่มีระเบียบวินัย แต่ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ ต้องเป็นคนที่มีใจรัก และมีความอดทน ด้วย

 

    


    ส่วนหนึ่งที่ คุณลุงบินเดอร์ หันมาเอาดีกับการซ่อมปากกาหมึกซึม ก็คือ แกเป็นคนสะสมปากกาหมึกซึมด้วย “ตอนนี้ ผมมีประมาณ 400 ด้ามเห็นจะได้ นับตั้งแต่เริ่มสะสมมาเมื่อปี 1998 แต่บางช่วงผมก็ไม่ได้นับเหมือนกัน” คุณลุงบินเดอร์ กล่าว
    และด้วยการเจริญเติบโตของเทคโนโลยี ในปัจจจุบัน ที่มีทั้ง แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน มันส่งผลต่อการใช้ปากกาหมึกซึมบ้างหรือไม่ คุณลุงบินเดอร์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “แน่นอน การเติบโตของตลาดแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนนั้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในเรื่องของการขีด ๆ เขียน ก็ยังมีความจำเป็นสำหรับคนเราอยู่ ผมเองก็มีแท็บเล็ตเหมือนกัน แต่เวลาที่ผมจะเขียนโน้ตอะไร ผมยังใช้การเขียนลงกระดาษอยู่ แม้ว่าลายมือจะไม่สวยก็ตาม”

 

   

วันที่ 11 ก.ย. 2560