เที่ยวอยุธยา กรุงเก่า...

เที่ยวอยุธยา กรุงเก่า...

ตะวันสายแล้ว รถไฟสายอีสาน พาเราออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง มุ่งหน้าไปลงสถานีอยุธยา ตามโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ บรรยากาศภายในรถไฟวันนั้นเงียบเหงาเอาการ เพราะเพิ่งผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปหมาด ๆ ขบวนที่เรานั่ง ก็มีเพียงเราและผู้โดยสาร 4-5 คน พร้อมด้วย นักท่องเที่ยวฝรั่งชาย-หญิง อีก 4 คน ที่มีเป้าหมายไปลงอยุธยาเช่นกัน

 


   


    ถึงสถานีบางปะอิน ผ่านสถานีบางโพ  สถานีหน้าอยุธยาแล้วสิ สัมภาระที่ติดตัวของเรา ก็ไม่มีอะไรมาก มีเพียงกระเป๋าเป้ขนาดย่อม บรรจุกล้องดิจิทัลรุ่นเก๋า ขวดน้ำดื่ม หนังสืออ่านเล่น ผ้าเช็ดเหนื่อย รวมทั้งยาดม ยาหม่องของติดตัวในยามเดินทาง
    สถานีรถไฟอยุธยา ร้างราชอบกล ผู้โดยสารโหรงเหรง แม่ค้าวิ่งขายของผมกระเชิง ตามขบวนรถไฟ  หลังจากดื่มน้ำ ทานกาแฟจากร้านค้าหน้าสถานี เราให้รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปส่งที่วัดใหญ่ชัยมงคล สาเหตุที่เลือกวัดนี้ เป็นวัดแรก ก็เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ตามชื่อของวัด ซึ่งไม่ใช่แต่เราเท่านั้น วัดนี้มีอาคันตุกะมาเยี่ยมเยือนมากหน้าหลายตา มีตั้งแต่เยาวชน ไปจนถึงรุ่นใหญ่ และฝรั่งตาน้ำข้าว

  

  


    ทุกคนพากันสำรวจทั่วบริเวณวัด ดูพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งเรียงรายตามกำแพงอิฐ พระเจดีย์องค์ใหญ่ ที่มีสภาพดี เพราะผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาหลายรอบ
    วัดใหญ่ชัยมงคล ประหวัดย่อ ๆ เดิมชื่อวัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าพระยาไทย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วจะเห็นเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ
    สันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทองทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900 ต่อมา  พ.ศ. 2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าที่ ต.หนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ เลยขนานนามว่า พระเจดีย์ชัยมงคล แต่ชาวบ้านเรียกว่า “พระเจดีย์ใหญ่” เมื่อนานวันเข้าวัดนี้จึงเรียกชื่อเป็น “วัดใหญ่ชัยมงคล” วัดนี้ร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้าย และเพิ่งจะตั้งขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาเมื่อไม่นานมานี้

 

  


    ไกด์ตัวน้อย ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหารำไพ่พิเศษในช่วงปิดเทอม พาเราไปรู้จักอีกหลายจุดจนพอใจ เราเลยให้สินน้ำใจไป 200 บาท เธอยิ้มให้ ก่อนจะบอกลาไปเยือนที่ใหม่
    ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา บริเวณรอบนอกดูสับสนวุ่นวาย รถยนต์ก็เยอะ มอเตอร์ไซค์ก็แยะ หนาแน่นไปด้วยสาวฉันทนาจากโรงงานมากมายที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่
     จากวัดใหญ่ชัยมงคล มอเตอร์ไซค์รับจ้างพาเราข้ามสะพานแม่น้ำป่าสักไปวัดมหาธาตุ วัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 สมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927 พระปรางค์วัดมหาธาตุถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลของปรางค์ขอม
แล้วไปต่อวัดพระศรีสรรเพชญ์ สร้างในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในราวปี พ.ศ.1991 โดยที่พระองค์ทรงเจียดพื้นที่ด้านหลังของพระบรมมหาราชวังให้เป็นวัดประจำวังหลวง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการทำสังฆกรรม และ พระราชพิธีต่าง ๆ ได้โดยสะดวก
    วัดภูเขาทอง สมเด็จพระราเมศวร ทรงสร้าง เมื่อ พ.ศ. 1930 วัดนนี้มีตำนาน เมื่อบุเรงนองยกมาตีกรุงศรีอยุธยาได้เมื่อ พ.ศ. 2112 นั้น ได้สร้างพระเจดีย์ภูเขาทองขึ้นไว้เป็นที่ระลึก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ โปรดให้ซ่อมองค์พระเจดีย์ตอนบน เป็นแบบไทยพร้อม ๆ กันกับการบูรณะวัด

    

    

 

    


     จากนั้นเราเลาะแม่น้ำป่าสัก ไปชมวัดไชยวัฒนาราม วัดที่พระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 21730 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
     มาเมืองเก่าอยุธยา  ก็ย้อนหาอดีตจากวัดเหล่านี้แหละ  ทำให้ได้มองเห็นความงดงาม พร้อมกับความสูญเสีย สร้างความปวดร้าวแก่คนรุ่นหลังได้จดจำไม่รู้ลืม


ขอบคุณภาพจาก :  http://findthailand.com/http://www.oknation.net/

วันที่ 11 ก.ย. 2560