อยู่กับผี

อยู่กับผี                                                                                                       

เรื่องแปลกประหลาดในบ้านแม่ม้ายลูกสี่

         แม่ม่ายลูกสี่แจ้งเหตุเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นในบ้าน เมื่อตำรวจเดินทางมาถึงก็เห็นเก้าอี้ตัวใหญ่เคลื่อนย้ายตำแหน่งได้เองต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีใครอยู่ใกล้เก้าอี้ หลังจากตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบเส้นเชือกหรือสิ่งใดที่จะทำให้เก้าอี้เลื่อนได้ ขณะเดียวกันก็ไม่พบร่องรอยการบุกรุก จึงทำได้แค่เพียงลงบันทึกประจำวัน
         ค่ำวันที่ 31 สิงหาคม 1977 เพ็กกี้ ฮอดจ์สัน แม่ม่ายหย่าสามีกำลังจัดข้าวของในบ้านชั้นล่าง ขณะที่มาร์กาเร็ต ลูกสาวคนโตวัย 13 ขวบ หยอกล้อกับเจเน็ต ลูกสาวคนรองวัย 11 ขวบ อยู่ในห้องนอนชั้นบน โดยมีจอห์นนี่ น้องชายวัย 10 ขวบ และบิลลี่ น้องคนสุดท้องวัย 7 ขวบนอนอยู่อีกห้อง
         ขณะที่มาร์กาเร็ตและเจเน็ตกำลังสนุกสนานอยู่นั้น จู่ ๆ ลิ้นชักตู้ก็กระเด็นออกมาเหมือนถูกใครกระชาก ขณะเดียวกันเพ็กกี้ก็ได้ยินเสียงคนเดินลากเท้าอยู่ข้างบนและตามมาด้วยเสียงหวีดร้องของลูกสาว เธอรีบวิ่งขึ้นไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
มาร์กาเร็ตและเจเน็ตเล่าให้แม่ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เพ็กกี้ไม่เชื่อ เธอก้มเก็บลิ้นชักไปใส่ที่ตู้ตามเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ลิ้นชักกระเด็นออกมาจากตู้ได้เองต่อหน้าต่อตาเพ็กกี้ เธอรีบคว้ามือลูกสาววิ่งหนีลงมาชั้นล่างด้วยความตกใจก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจได้ทราบ
         สายตรวจหญิงคาโรลิน ฮีบส์ เดินทางมาสืบสวนที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 284 ถนนกรีน เมืองบริมส์ดาวน์ เขตเอนฟิลด์ ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน และก็ต้องพบกับเรื่องแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ได้ต่อหน้าต่อตาอีกคน เก้าอี้ตัวใหญ่ลอยขึ้นจากพื้นราวครึ่งนิ้วก่อนจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปจากที่เดิมราว 3-4 ฟุตด้วยตัวมันเอง 
         เธอตรวจสอบที่เก้าอี้ไม่พบว่ามีเชือกหรือสิ่งอื่นใดผูกติดกับเก้าอี้ ตำรวจหญิงลองวางลูกแก้วบนพื้นเพื่อตรวจสอบว่าพื้นเอียงจนทำให้เก้าอี้เลื่อนเองหรือไม่ แต่ลูกแก้วก็นิ่งอยู่กับที่ แสดงว่าพื้นบ้านไม่เอียง แต่บ้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ ไม่มีผู้บุกรุก สายตรวจหญิงจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น

       

           

        บ้านเพ็กกี้

         สื่อสนใจ
         สายตรวจหญิงคาโรลินแนะนำเพ็กกี้ให้ลองติดต่อหนังสือพิมพ์ เพราะถ้าไม่มีร่องรอยการก่ออาชญากรรมตำรวจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ขณะที่หนังสือพิมพ์สนใจเหตุการณ์ประหลาด ๆ แบบนี้และมีทีมสืบสวนของเขาเอง
         หนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์ ส่ง 2 ผู้สื่อข่าว เกรแฮม มัวริซ และดักลาส เบนซ์ มาที่บ้านของเพ็กกี้ หลังจากนั่งสนทนากันนานกว่าชั่วโมงก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปรกติใด ๆ เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงขอตัวลากลับ แต่ทันใดนั้นเองเพ็กกี้ก็กรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะวัตถุหลายอย่างในห้องนั่งเล่นลอยว่อนปะทะกับผนังบ้าน
         เกรแฮมรีบวิ่งไปที่รถเพื่อหยิบกล้องมาบันทึกภาพ ขณะที่กำลังจะบันทึกภาพนั้นก็มีวัตถุชิ้นหนึ่งลอยมากระแทกที่หัวคิ้ว แต่โชคร้ายที่ภาพที่เขาถ่ายได้นั้นมองไม่เห็นวัตถุที่ปลิวว่อนอยู่ทั่วห้อง อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็สร้างความสนใจให้กับสมาคมสืบสวนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

 

         

        เพ็กกี้กับลูกๆ 4 คน                                             เจเน็ต มาร์กาเร็ต จอห์นนี่ และบิลลี่


         คนจับผี
         มัวริซ กรอสส์ และกาย เพลย์แฟร์ 2 สมาชิกสมาคมสืบสวนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เดินทางมายังบ้านเพ็กกี้ พวกเขาพบเหตุการณ์ประหลาดที่อธิบายไม่ได้หลายอย่าง เช่น เสียงเคาะผนังบ้าน เครื่องเรือนเคลื่อนที่ได้เอง และดูเหมือนจะเกิดถี่ขึ้นทุกวัน
         เดือนตุลาคม 1977 มัวริซได้ยินเสียงดังสนั่นมาจากห้องนอนของเด็กหญิง เขาจึงรีบวิ่งขึ้นไปดูก็เห็นแผงเหล็กเครื่องทำความร้อนน้ำหนัก 300 ปอนด์ ถูกกระชากออกมาจากผนังจนท่อเหล็กขาด 2 ท่อน มาร์กาเร็ตและเจเน็ตอยู่บนเตียงนอนของพวกเธอ อีกทั้งเด็กตัวเล็ก ๆ 2 คนไม่สามารถกระชากมันออกมาจากผนังได้
         มัวริซและกายสังเกตว่าเหตุการณ์ประหลาดมักจะเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเจเน็ตเสมอ ดังนั้น ถ้าหากเจเน็ตไม่ได้เป็นผู้สร้างเรื่องขึ้นมาเธอก็ต้องเป็นสื่อของพลังงานลี้ลับอะไรสักอย่าง วันที่ 26 พฤศจิกายน แพทย์ได้ให้ยานอนหลับแวเลี่ยมขนาด 10 มก. กับเจเน็ต จากนั้นให้เธอนอนพักผ่อน
         เกรแฮม ช่างภาพหนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์ ติดตั้งกล้องถ่ายภาพนิ่งควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรลในห้องนอนเด็กหญิง เกรแฮมสามารถจับภาพตอนที่เจเน็ตถูกพลังงานลึกลับกระชากออกจากเตียงลอยขึ้นไปในอากาศก่อนจะตกลงที่ปลายเตียงของมาร์กาเร็ต

    

           

         ตำรวจหญิงคาโรลิน ฮีบส์                                                   กาย เพลย์แฟร์ และมัวริซ กรอสส์
         
         มาเร็วหายเร็ว
         มัวริซสอบปากคำเจเน็ตเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เธอกลับตอบคำถามด้วยโทนเสียงทุ้มลึกในลำคอเหมือนเสียงผู้ชายสูงอายุ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ถูกบันทึกเทป ปัจจุบันสามารถหาฟังได้ในยูทูบ โดยพิมพ์ค้นหาวิดีโอ Enfield Poltergeist Voice Recordings ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงผู้ชายสูงอายุ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กหญิง 11 ขวบจะทำเสียงแบบนี้ได้
         แต่เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่ถูกเจเน็ตแหกตา มัวริซให้เธออมน้ำเอาไว้แล้วเอาเทปปิดปาก ปรากฏว่าเจเน็ตยังคงให้สัมภาษณ์ได้ เธอบอกว่าชื่อบิล อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อหลายปีก่อน ต่อมาเสียชีวิตเพราะตกเลือดที่เก้าอี้ชั้นล่าง
         มัวริซสืบหาจนพบกับเทอร์รีย์ วิลกินส์ บุตรชายของผู้อาศัยในบ้านหลังนี้ก่อนหน้าครอบครัวเพ็กกี้ เขายืนยันว่า บิล วิลกินส์ เป็นบิดาและเสียชีวิตเพราะตกเลือดบนเก้าอี้ในบ้านหลังนั้นจริง อย่างไรก็ตาม สมาคมสืบสวนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเป็นองค์กรที่ค้นหาคำตอบของเหตุการณ์ประหลาดในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ไสยศาสตร์ พวกเขาแนะนำให้ส่งตัวเจเน็ตไปตรวจสุขภาพจิต

 

          

         มัวริซประคองเจเน็ตขณะถูกผีสิง                                        จอห์นนี่ เจเน็ต และมาร์กาเร็ต 


         จิตผ่องใส
         เดือนกรกฎาคม 1978 เจเน็ตถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลมูดสเลย์เพื่อรับการบำบัดทางจิตอย่างเข้มข้น 2 เดือนต่อมาแพทย์ลงความเห็นว่าเจเน็ตมีจิตใจเป็นปรกติเหมือนปุถุชนคนธรรมดา เธอถูกส่งกลับบ้าน และเหตุการณ์ประหลาดๆที่เคยเกิดขึ้นในบ้านก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
         ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติตั้งข้อสงสัยว่าเจเน็ตเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด แม้ว่าจะมีพยานหลากหลายสาขาอาชีพรวมถึงนักวิทยาศาสตร์กว่า 30 คน ประสบด้วยตาตนเอง แต่ก็ไม่มีใครสามารถจับผิดเจเน็ตได้เลยแม้แต่คนเดียว
         เหตุการณ์ทั้งหมดถูกนำมาสร้างเป็นสารคดีและภาพยนตร์ทีวีมาแล้วหลายครั้ง เรื่องล่าสุดก็คือ The Conjuring 2 (คนเรียกผี ภาค 2) ซึ่งกำลังฉายในโรงภาพยนตร์ขณะนี้

 

        

         ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่าผ้าห่มเจเน็ตถูกดึงออก


        

         เจเน็ตถูกจับโยนออกจากเตียง


        

         เจเน็ตและมาร์กาเร็ตถูกเหวี่ยงออกจากเตียง



วันที่ 11 ก.ย. 2560