ตายปริศนา

ตายปริศนา
หญิงสาววัย 44 ปี ถูกมัดมือและเท้าไขว้หลัง ที่ลำคอถูกรัดด้วยถุงน่องสีดำ แพทย์ลงความเห็นว่าสาเหตุการตายเกิดจากการใช้สารเสพติดเกินขนาด และร่างกายสูญเสียความอบอุ่น ตำรวจลงบันทึกว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย ส่วนเจ้าหน้าที่ชันสูตรบอกว่าไม่ใช่ทั้งการฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุ และยังไม่ใช่การฆาตกรรมอีกด้วย แต่บอกไม่ได้ว่าอะไรคือสาเหตุการตาย
        เดือนมิถุนายน 1989 มีคนพบร่างซินดี้ เจมส์ พยาบาลสาววัย 44 ปี นอนเสียชีวิตในสนามหญ้าหน้าบ้านร้างแห่งหนึ่งที่ชานเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เธอถูกวางยาและรัดคอด้วยถุงน่องสีดำ มือและเท้าถูกมัดไขว้หลัง
        ซินดี้แต่งงานกับนายแพทย์รอย เมกพีซ เมื่อปี 1964 ขณะนั้นเธอมีอายุ 19 ปี ส่วนนายแพทย์รอยมีอายุ 37 ปี แต่ชีวิตสมรสพังทลายลงในปี 1982 หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกทางและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่นรกของพยาบาลซินดี้

 

              

        ซินดี้ เจมส์                                     รอย เมกพีซ                                                  รอย เมกพีซ และซินดี้ เจมส์


        ตามรังควาน
        หลังจากกลับไปใช้ชีวิตโสดได้ 4 เดือน ซินดี้ก็ถูกข่มขู่จากชายลึกลับด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาติดต่อกันนับร้อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นการโทรศัพท์ข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกระซิบน่าขนลุกขนพอง และถูกทำร้ายโดยชายลึกลับมองไม่เห็นหน้า 5 ครั้ง
        ซินดี้ตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ แต่กลับทำให้เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก คืนนั้นซินดี้ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ระเบียง ตามด้วยเสียงหลอดไฟแตก และโทรศัพท์ดังไม่หยุดตลอดทั้งคืน หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มักจะมีกระดาษโน้ตข่มขู่วางไว้หน้าประตูบ้านเสมอๆ
        คืนหนึ่ง แอ๊กเนส วู้ดค็อก เดินไปบ้านซินดี้เพื่อเยี่ยมเยียนตามปรกติ เธอเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับ แอ๊กเนสเข้าใจว่าซินดี้อาจกำลังอาบน้ำอยู่จึงไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอจึงเดินอ้อมไปที่ประตูหลังบ้าน เมื่อเดินผ่านโรงเก็บรถเธอก็เห็นร่างซินดี้นอนราบกับพื้น มีถุงน่องสีดำรัดที่คอ
        ซินดี้เล่าว่า ขณะที่เธอออกมาเอากล่องที่เก็บในโรงรถ ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามาทำร้ายจากด้านหลัง เธอเห็นแต่เพียงรองเท้าผ้าใบสีขาวของคนร้าย โชคดีที่แอ๊กเนสมาขัดจังหวะเสียก่อนคนร้ายจึงหนีไป

        ตำรวจไม่เชื่อ
        การตามรังควานยุติไปได้เพียงไม่กี่วัน แต่แล้วก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ซินดี้พบข้อความข่มขู่แนบอยู่บนกระจกหน้ารถเป็นภาพคนเข็นรถเข็นศพไปเก็บ ภาพผู้หญิงถูกบีบคอ ภาพมือถือมีด และข้อความ “ฉันดูเธออยู่” บางครั้งก็มีคนนำเนื้อสด ๆ มาวางที่หน้าประตูบ้าน สุนัขที่เธอเลี้ยงไว้ถูกรัดคอติดกับรั้ว
        ซินดี้ตัดสินใจย้ายบ้านหนี เปลี่ยนนามสกุลและเปลี่ยนสีรถที่ใช้เพื่อป้องกันคนร้ายติดตาม และจ้างนักสืบ อ๊อซซี่ คาบาน ให้คุ้มกันดูแลความปลอดภัยให้กับเธอ ตำรวจสอบปากคำซินดี้แต่ไม่เชื่อว่าเธอเล่าความจริงทั้งหมด ตำรวจเชื่อว่าซินดี้ปิดบังบางสิ่งบางเรื่องไว้
        อ๊อซซี่มอบวิทยุสื่อสารคลื่นสั้นให้ซินดี้ไว้ใช้ติดต่อกับเขาเครื่องหนึ่ง คืนหนึ่งเขาได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากเครื่องรับส่งวิทยุคลื่นสั้น อ๊อซซี่รีบบึ่งมายังบ้านของซินดี้ก็พบว่าประตูบ้านล็อกกุญแจ อ๊อซซี่มองจากหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้าน เห็นซินดี้นอนหมดสติอยู่ที่พื้น มือข้างหนึ่งถูกแทงด้วยมีดปอกผลไม้ ข้าง ๆ ตัวมีกระดาษโน้ตเขียนว่า “you are dead bitch” (แกตายแน่ นางสารเลว)
        อ๊อซซี่รีบนำซินดี้ส่งโรงพยาบาล เธอจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แม้แต่น้อย ตำรวจสงสัยว่าซินดี้อาจสร้างเรื่องขึ้นมาเอง แต่คราวนี้ตำรวจยอมส่งเจ้าหน้าที่ 14 นาย มาตรวจเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง และติดตั้งเครื่องดักฟังโทรศัพท์ แต่คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจจึงยุติการคุกคามในช่วงเวลานั้น

 

         

      ซินดี้ถูกมัดมือและเท้าไขว้หลัง                                         บาดแผลถูกแทงตามร่างกาย


        มีเลศนัย
        หลังจากเหตุการณ์เงียบสงบลง ตำรวจถอนกำลังกลับ การคุกคามก็เริ่มต้นอีกครั้ง ซินดี้ถูกทำร้ายจนสลบ ร่างของเธอถูกนำไปทิ้งห่างจากบ้านพักราว 6 ไมล์ เธอสวมรองเท้าและถุงมือคนงานก่อสร้าง มีถุงน่องสีดำรัดที่ลำคอ ซินดี้จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เธอกลัวมากจึงขอร้องให้เพื่อนสนิทมานอนเป็นเพื่อน
        แอ๊กเนส วู้ดค็อก และสามี มานอนที่บ้านซินดี้ จนกระทั่งคืนหนึ่งพวกเขาได้ยินเสียงดังมาจากห้องใต้ดินจึงลงมาดู พบว่ากำลังเกิดเพลิงไหม้ห้องใต้ดิน แต่โทรศัพท์ในบ้านใช้การไม่ได้ขึ้นมากะทันหัน ทอม สามีของแอ๊กเนส วิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ระหว่างทางเขาพบชายคนหนึ่งจึงขอร้องให้ช่วยโทรศัพท์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ แต่ชายคนนั้นกลับวิ่งหนีหายไปเฉยๆ
        ตำรวจเดินทางมาสืบสวนที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบร่องรอยการงัดประตู หน้าต่าง ไม่มีรอยนิ้วมือแฝงคนแปลกหน้า ดังนั้น เพลิงจะต้องเกิดขึ้นจากฝีมือของคนที่อยู่ในบ้าน นอกจากนั้นตำรวจยังพบว่าซินดี้พาสุนัขไปเดินเล่นตามลำพังตามปรกติทั้ง ๆที่เธอเพิ่งถูกทำร้ายมาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน
        แพทย์ประจำตัวแนะนำให้ส่งซินดี้ไปบำบัดสุขภาพจิตที่โรงพยาบาล หลังจากซินดี้อยู่โรงพยาบาลได้ 10 วัน เธอก็ขอกลับบ้านและตรงไปหาพ่อแม่และเพื่อนสนิท บอกกับพวกเขาว่าเธอรู้อะไรมากกว่าที่บอกกับตำรวจและจะตามล่าคนที่คุกคามเธอด้วยตัวเอง

 

            

       นักสืบ อ๊อซซี่ คาบาน                                                ห้องใต้ดินถูกวางเพลิง                                มีดปอกผลไม้ในที่เกิดเหตุ

        หลายบุคลิก
        วันที่ 25 พฤษภาคม 1989 เป็นเวลา 6 ปี 7 เดือนหลังจากซินดี้ได้รับโทรศัพท์ข่มขู่ครั้งแรก เธอก็หายตัวออกไปจากบ้าน มีคนพบรถยนต์ของเธอจอดอยู่ในที่จอดรถของร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ภายในรถพบถุงใส่ของใช้ประจำวันและห่อของขวัญ ประตูด้านคนขับมีคราบเลือด สิ่งของจากกระเป๋าสตางค์ตกอยู่ใต้ท้องรถ
        วันที่ 8 มิถุนายน 1989 สองสัปดาห์หลังจากซินดี้หายตัวไป มีคนพบร่างของซินดี้นอนเสียชีวิตอยู่ที่ลานหน้าบ้านร้างแห่งหนึ่งอยู่ห่างออกไป 1.5 ไมล์ ร่างของเธอถูกมัดมือมัดเท้าไขว้หลัง ที่ลำคอถูกรัดด้วยถุงน่องสีดำ มีสารเสพติดประเภทมอร์ฟีนอยู่ในร่างกายจำนวนมาก ที่แขนมีรอยเข็มฉีดยา สวมรองเท้าและถุงมือคนงานก่อสร้าง
        แพทย์ลงความเห็นว่าเธอเสพยาเกินขนาดและร่างกายขาดความอบอุ่น ขณะที่ตำรวจให้น้ำหนักไปที่การฆ่าตัวตาย ทั้งๆที่มือและเท้าของเธอถูกมัดไขว้หลัง เจ้าหน้าที่ชันสูตรบอกแค่เพียงไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่การฆาตกรรม แต่บอกไม่ได้ว่าใครหรืออะไรทำให้ซินดี้เสียชีวิต
        ตำรวจสอบปากคำผู้ต้องสงสัย 2 คนคือ อดีตสามี รอย เมกพีซ และแพท แมคไบรด์ แฟนใหม่ที่เป็นตำรวจ แต่ไม่พบข้อพิรุธหรือสิ่งจูงใจให้บุคคลทั้งสองลงมือสังหารซินดี้ นักข่าวบางคนตั้งสมมุติฐานว่าซินดี้อาจป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก จัดฉากสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมาด้วยตัวเอง คดีการเสียชีวิตของซินดี้ เจมส์ ยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้

 

             

        กระดาษโน้ตพบในที่เกิดเหตุ                                                                       ข้อความข่มขู่ถูกติดหน้ากระจกรถ


วันที่ 11 ก.ย. 2560