แหกคุกพิสดาร

นักโทษคดีฆ่าคนตายสามารถแหกคุกหลบหนีออกจากเรือนจำได้ถึง 3 ครั้ง ด้วยวิธีการหลากหลายชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด โดยเฉพาะครั้งสุดท้ายเขาส่งพัสดุไปรษณีย์ที่บรรจุตัวเองอยู่ข้างในหลบหนีออกจากเรือนจำได้เป็นผลสำเร็จ
        เดือนพฤศจิกายน 1987 สิบเอกริชาร์ด ลี แมคแนร์ ทหารอากาศประจำฐานทัพอากาศไมน็อต รัฐนอร์ทดาโคตา ลักลอบเข้าไปขโมยของในโกดังเก็บเมล็ดพืช แต่บังเอิญมีคนงานคนหนึ่งเข้ามาเห็นเสียก่อน ริชาร์ดจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อเปิดทางหนี ทำให้คนงานคนนั้นเสียชีวิตทันที
        เสียงปืนทำให้คนงานอีกคนหนึ่งวิ่งมาดู ริชาร์ดจึงสาดกระสุนเข้าใส่ 4 นัด แต่โชคดีที่คนงานคนที่สองเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต จากนั้นริชาร์ดก็หลบหนีออกไปจากโกดังอย่างรวดเร็ว แต่ถูกตำรวจตามรวบตัวได้หลังจากนั้นไม่นาน
        หลังจากที่รู้ว่าริชาร์ดเป็นทหารอากาศ ตำรวจจึงโทรศัพท์ติดต่อต้นสังกัดเพื่อให้มาร่วมสอบปากคำ ระหว่างที่รอทหารพระธรรมนูญ ริชาร์ดขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ตำรวจรู้สึกผิดสังเกตจึงขอค้นตัวและพบว่าเขาซุกซ่อนปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ ภายหลังริชาร์ดสารภาพว่าเขาวางแผนจะใช้ปืนกระบอกนี้ยิงตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนีออกจากสถานีตำรวจ

 

           

       ริชาร์ด ลี แมคแนร์                                              ริชาร์ดสมัยรับราชการทหาร

       

        ริชาร์ดตกจากต้นไม้ขณะหลบหนี


        แหกคุกด้วยลิปมัน
        เมื่อเห็นว่าริชาร์ดมีพฤติกรรมพยายามหลบหนี ตำรวจจึงคล้องกุญแจมือติดกับเก้าอี้ แต่ทันทีที่ตำรวจออกไปจากห้องสอบสวน ริชาร์ดก็ใช้ลิปมันที่เขาแอบขโมยมาจากตำรวจคนหนึ่งนำมาถูที่ข้อมือจนกระทั่งลื่นมากพอที่จะทำให้กุญแจมือหลุดออกจากข้อมือ จากนั้นเขาก็วิ่งหนีลงจากสถานีตำรวจต่อหน้าต่อตาตำรวจทั้งสถานี
        ตำรวจวิ่งไล่กวดตามไปทั่วเมืองไมน็อต ริชาร์ดก็ปีนหนีขึ้นไปบนหลังคาบ้านความสูง 3 ชั้น กระโดดจากหลังคาบ้านหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่งเหมือนในหนังฮอลลีวู้ดจนกระทั่งมาจนมุมสุดบล็อก ริชาร์ดก็กระโดดจากหลังคาบ้านไปเกาะกิ่งไม้เพื่อหนีต่อ แต่กิ่งไม้ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวของริชาร์ดได้ ทำให้กิ่งไม้หัก และร่างริชาร์ดก็ตกลงมากระแทกพื้นนอนนิ่งรอให้ตำรวจมารวบตัวอีกครั้ง
        ริชาร์ดถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 2 กระทง ในความผิดฆ่าคนตายและพยายามฆ่า และจำคุก 30 ปีในคดีลักทรัพย์ เขาถูกส่งตัวไปยังเรือนจำเขต หลังจากถูกคุมขังเพียงไม่นานนัก เดือนกุมภาพันธ์ 1988 พัศดีเรือนจำพบว่าอิฐ 2 ก้อนในห้องขังของริชาร์ดสามารถดึงออกจากกำแพงได้ ภายในมีผ้าปูเตียงฉีกแล้วนำมาผูกต่อกันซ่อนอยู่ ดูเหมือนว่าริชาร์ดจะวางแผนแหกคุกหนีอีกครั้ง

        หายไปในช่องอากาศ
        เมื่อเห็นว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนจำเขตไม่แน่นหนาพอที่จะคุมขังริชาร์ด เขาจึงถูกส่งตัวไปยังเรือนจำรัฐ แต่แล้วในเดือนตุลาคม 1992 ริชาร์ดก็สุมหัวกับเพื่อนร่วมคุกอีก 2 คน หลบหนีออกจากเรือนจำรัฐด้วยการคลานออกไปตามช่องระบายอากาศ
        ตำรวจตามจับนักโทษคนแรกหลังจากหลบหนีออกไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง และตามจับนักโทษคนที่ 2 ได้ไม่กี่วันหลังจากนั้น ส่วนริชาร์ดหนีเตลิดตระเวนไปตามรัฐต่าง ๆ ทั่วอเมริกานาน 10 เดือน เขาหลบหนีการจับกุมด้วยการเปลี่ยนลุค ไว้ผมยาวและย้อมผมเป็นสีทอง
        ในที่สุดเมื่อปี 1993 ตำรวจก็ตามรวบตัวริชาร์ดได้อีกครั้งในรัฐเนแบรสกา จากประสบการณ์เห็นได้ชัดว่าเรือนจำรัฐไม่สามารถควบคุมตัวนักโทษคนนี้เอาไว้ได้ พัศดีทำเรื่องส่งตัวริชาร์ดไปยังเรือนจำรัฐบาลกลางซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในประเทศ

 

           

       ริชาร์ดหนีตำรวจบนหลังคาบ้าน                                          โกดังเก็บเมล็ดพืชที่ริชาร์ดบุกเข้าไป


        นักโทษชั้นดี
        การถูกจองจำในเรือนจำรัฐบาลกลางที่มีความเข้มงวดสูงสุดไม่อาจหยุดยั้งความคิดที่จะหลบหนีของริชาร์ดได้ แต่คงไม่ง่ายเหมือนกับการแหกคุก 2 ครั้งแรกก่อนหน้านี้ เขาต้องเรียนรู้ศึกษาหาลู่ทางหลบหนี ซึ่งกว่าจะพบช่องโหว่ก็กินเวลานานหลายปี
        ก่อนอื่นเขาต้องทำตัวให้เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่เช่นนั้นผู้คุมจะคอยจับตาดูทุกฝีก้าว ในข้อนี้ริชาร์ดได้เปรียบนักโทษคนอื่นๆ เนื่องจากเขามีเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยสัก ไม่มีรอยเจาะตามร่างกาย เขาเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่สุงสิงเข้าแก๊งกับใคร ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ และไม่ติดยา ที่สำคัญตลอดเวลาหลายปีในเรือนจำเขาไม่เคยทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมคุก
        ตลอดเวลา 15 ปีในเรือนจำโพลล็อก ริชาร์ดไม่เคยทำตัวมีปัญหา ขณะที่สมองของเขาทำงานตลอดเวลา ราวปี 2005 ริชาร์ดได้รับมอบหมายให้ทำงานในโรงซ่อมถุงใส่พัสดุไปรษณีย์
        หลังจากซ่อมแซมเสร็จแล้ว ถุงใส่พัสดุไปรษณีย์เหล่านี้จะถูกนำมาเรียงซ้อนกันจนสูงท่วมหัวรอให้รถยกมายกขึ้นใส่รถบรรทุกเพื่อนำไปส่งยังโกดังเก็บนอกเรือนจำที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

        ส่งตรงเวลา
        ห้องสมุดเรือนจำมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ A Step-by-step Guide to Vanishing Without a Trace (ขั้นตอนวิธีหลบหนีโดยไม่มีใครตามเจอ) หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้นักโทษแหกคุก แต่หลักการที่ผู้ประพันธ์เขียนนั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้
        กฎข้อแรกของการทำตัวให้หายไปคือ จะต้องไม่บอกใครทั้งสิ้นว่าเราจะไปจากที่นี่แล้ว ซึ่งริชาร์ดได้ยึดถือปฏิบัติตามกฎข้อนี้อย่างเคร่งครัด เขาไม่เคยปริปากบอกใครหรือแสดงออกให้เพื่อนร่วมคุกรู้ว่าเขาอยากหลบหนีออกไปจากที่นี่
        การเป็นทหารทำให้ริชาร์ดรู้วิธีเก็บข้อมูลสำคัญ ๆ ที่จำเป็น เขาตีซี้กับผู้ช่วยผู้จัดการโรงซ่อมถุงใส่พัสดุไปรษณีย์ หลอกถามขั้นตอนตั้งแต่การนำส่งถุงพัสดุไปรษณีย์จนถึงการนำกลับไปเก็บในโกดัง จนรู้ว่าถุงพัสดุไปรษณีย์เมื่อได้รับการซ่อมแซมจะนำมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆแล้วห่อหุ้มด้วยพลาสติกรอรถยกมานำขึ้นใส่รถบรรทุกส่งไปยังโกดังเก็บนอกเรือนจำ
        ถุงพัสดุไปรษณีย์ชำรุดถูกส่งมายังโรงซ่อมพร้อมกับคำสั่งเด็ดขาดว่าต้องทำให้เสร็จภายในกี่วัน แม้หัวหน้าคนงานจะแย้งว่าไม่สามารถทำได้ทันเวลา แต่ผู้จัดการโรงงานก็ไม่สนใจ ย้ำว่าจะทำเสร็จหรือไม่เสร็จก็จะมารับคืนใน 1 สัปดาห์ ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่มีการตรวจสอบถุงพัสดุไปรษณีย์ว่าซ่อมแซมเรียบร้อยหรือไม่ก่อนส่งคืนเก็บเข้าโกดัง

 

              

      อิฐถูกถอดจากผนังห้องขัง                                               ช่องลับที่ใช้ซ่อนผ้าปูที่นอน                                           ผ้าปูที่นอนถูกฉีกและมัดต่อกัน


        สู่อิสรภาพ
        ริชาร์ดมีเวลา 1 สัปดาห์ในการสร้างฝักซ่อนตัว มันมีลักษณะคล้ายรังไหมเพื่ออำพรางตัวไม่ให้มีคนเห็น ขนาดใหญ่แค่พอให้เขานั่งคุดคู้ มีท่อต่อสำหรับหายใจ นำไปวางซ่อนในกองถุงพัสดุไปรษณีย์ที่ซ่อมแซมแล้ว เมื่อได้เวลานัดเวลา 07.20 น. วันที่ 5 เมษายน 2006 ถุงพัสดุไปรษณีย์ถูกห่อด้วยพลาสติกโดยไม่มีการตรวจสอบ บรรยากาศภายในร้อนจัดเพราะอากาศไม่ถ่ายเท แต่ริชาร์ดได้รับการฝึกสมัยเป็นทหารมาก่อนทำให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้
        ถุงพัสดุไปรษณีย์ถูกนำขึ้นรถบรรทุกในเวลา 09.45 น. และเคลื่อนตัวออกจากเรือนจำ จนกระทั่งราว 11.00 น. รถบรรทุกจอดเพราะเป็นเวลาพักเที่ยง ริชาร์ดใช้ช่วงเวลานี้กรีดพลาสติกที่ห่อหุ้มออกและหลบหนีไปอย่างลอยนวล กว่าที่เรือนจำจะรู้ว่ามีนักโทษหายไป 1 คนก็เป็นเวลา 16.00 น.
        ขณะหลบหนีริชาร์ดถูกตำรวจนายหนึ่งในเมืองบอล รัฐลุยเซียนา เรียกให้หยุดเพื่อสอบถาม ริชาร์ดทำตัวปรกติแล้วบอกว่าเขามาวิ่งออกกำลัง แล้วจะเลยไปช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุพายุเฮอร์ริเคนคาทริน่า แต่เขาไม่ได้นำกระเป๋าสตางค์ติดตัวมาด้วยจึงไม่มีบัตรประชาชนมาแสดง
        ไม่น่าเชื่อว่าตำรวจจะเชื่อคำให้การของริชาร์ดและปล่อยตัวเขาไป เหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกด้วยกล้องหน้ารถตำรวจเป็นเวลาเกือบ 10 นาที จากนั้นริชาร์ดก็หายเข้ากลีบเมฆ จนกระทั่งถูกตำรวจแคนาดาจับตัวได้ในเดือนตุลาคม 2007 และถูกส่งตัวกลับมารับโทษที่อเมริกาอีกครั้งในเรือนจำเมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด วีรกรรมของริชาร์ดได้รับการจารึกว่าเป็นหนึ่งในการแหกคุกที่สุดแสนพิสดารครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

       

       ฝักรังไหมที่ริชาร์ดใช้ในการหลบหนี


บรรยายภาพ
1.ริชาร์ด ลี แมคแนร์
2.ริชาร์ดสมัยรับราชการทหาร
3.โกดังเก็บเมล็ดพืชที่ริชาร์ดบุกเข้าไป
4.ริชาร์ดหนีตำรวจบนหลังคาบ้าน
5.ริชาร์ดตกจากต้นไม้ขณะหลบหนี
6.อิฐถูกถอดจากผนังห้องขัง
7.ช่องลับที่ใช้ซ่อนผ้าปูที่นอน
8.ผ้าปูที่นอนถูกฉีกและมัดต่อกัน
9.ฝักรังไหมที่ริชาร์ดใช้ในการหลบหนี
10.ภาพจากกล้องหน้ารถขณะตำรวจสอบปากคำริชาร์ด

วันที่ 11 ก.ย. 2560