ผู้พันไก่ทอด

“หยุดยิง ๆ  แซนเดอส์ แกฆ่าฉันแล้ว” ชายหนุ่มตะโกนร้องขอชีวิตหลังจากถูกกระสุนยิงเข้าที่สะโพกและหัวไหล่ มือปืนที่ลั่นกระสุนไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้พันแซนเดอส์ ซึ่งต่อมากลายเป็นเจ้าของธุรกิจไก่ทอดที่รู้จักกันทั่วโลก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดในสมรภูมิรบ แต่เป็นความขัดแย้งทางธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นเพียงพลเรือน ยังไม่ได้ติดยศผู้พัน ใช่แล้วครับ ผู้พันแซนเดอส์มีตัวตนและมียศผู้พันจริง ๆ เพียงแต่เขาไม่เคยรับราชการทหาร
จะว่าไปแล้วแซนเดอส์เกือบได้เป็นทหารเมื่อครั้งเกิดสงครามคิวบาในปี 1906 เขาสมัครเป็นทหารและถูกส่งตัวไปยังคิวบาทันที แต่หลังจากที่ผู้บัญชาการรบในคิวบาพบว่าแซนเดอส์มีอายุเพียงแค่ 16 ปี จึงส่งตัวเขากลับอเมริกาทันทีเหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นแซนเดอส์จะติดยศผู้พันได้อย่างไร? เรื่องนี้ต้องมีที่มาที่ไป

 

                      

        ฮาร์แลนด์ แซนเดอส์                                                                                               เครื่องหมายเกียรติคุณผู้พันเคนทักกี
        

         ขายอาหารอาชีพเสริม
         ชีวประวัติของฮาร์แลนด์ แซนเดอส์ ค่อนข้างโลดโผนพอสมควร จุดหักเหที่สำคัญเริ่มขึ้นในปี 1924 ซึ่งในเวลานั้นแซนเดอส์ทำหน้าที่ผู้จัดการปั๊มน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์ มีรายได้จากการกินเปอร์เซ็นต์ขายน้ำมันแกลลอนละ 2 เซ็นต์ และหารายได้เสริมจากการขายอุปกรณ์ทำการเกษตรโดยขายเป็นเงินเชื่อ
ปลายทศวรรษ 1920 เกิดภาวะแห้งแล้ง เกษตรกรไม่มีรายได้ ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ประกอบกับเกิดมหาวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 1929 ปั๊มน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์จำเป็นต้องปิดตัวลง และแซนเดอส์ไม่สามารถเก็บเงินค่าอุปกรณ์ทำการเกษตรจากลูกค้าได้
แซนเดอส์มองหาทำเลใหม่เป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญในเมืองคอร์บิน รัฐเคนทักกี แม้ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงแต่อยู่ใกล้กับทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งสถานที่บริเวณนี้มักถูกพ่อค้าขายเหล้าเถื่อนใช้ส่งมอบสินค้า คนท้องถิ่นเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “Hell’s Half-Acre”
แซนเดอส์ติดต่อบริษัทเชลล์ขอเปิดปั๊มน้ำมัน โดยบริษัทเชลล์ออกเงินค่าเช่าที่ รวมถึงค่าเช่าห้องพักที่อยู่ด้านหลังปั๊มน้ำมัน แซนเดอส์กินเปอร์เซ็นต์จากกำไรที่ได้จากการขายน้ำมัน และเปิดร้านขายอาหารจานด่วนที่บ้านพักหลังปั๊มน้ำมัน


           

          ปั๊มน้ำมันในเมืองคอร์บิน                                                                                          แซนเดอส์และภรรยา

         จิตสาธารณะ
         แซนเดอส์ชอบเลี้ยงอาหารชาวอินเดียนแดงที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น และให้ความช่วยเหลือคนในหมู่บ้านเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยเสมอ ๆ ครั้งหนึ่งเขาถูกตามตัวให้ไปช่วยทำคลอดหญิงท้องแก่ แซนเดอส์มีประสบการณ์ช่วยทำคลอดภรรยามาแล้ว 3 ครั้ง เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าต้องทำอย่างไร
โชคไม่ดีที่คราวนี้ทารกไม่อยู่ในท่าที่ถูกต้อง แซนเดอส์จนปัญญาไม่รู้จะช่วยอย่างไร หมอคนเดียวที่มีในหมู่บ้านก็ไม่ยอมมาทำคลอดให้เพราะกำลังเมา แซนเดอส์กลับไปที่บ้านคว้าปืนแล้วรีบบึ่งไปที่บ้านพักของหมอ โดยบอกภรรยาว่าจะใช้มันเพื่อจูงใจให้หมอมาทำคลอด ในที่สุดหมอก็จำยอมมาทำคลอดให้
กลางดึกคืนหนึ่งมีเสียงปืนดังขึ้นที่หน้าปั๊มน้ำมัน แซนเดอส์คว้าปืนลูกซองเดินออกมาจากบ้านทั้งๆที่นุ่งกางเกงในตัวเดียว เขาเล็งปืนไปที่คน 2 คนที่ลั่นกระสุนใส่กันก่อนหน้านี้ พร้อมตะโกนบอก “ไอ้ลูกหมา วางปืนลงเดี๋ยวนี้”
ชาย 2 คนเป็นคนค้าเหล้าเถื่อนคนละแก๊ง พวกเขาขัดแย้งกันจากการส่งเหล้าเถื่อนทับพื้นที่ อาจเป็นเพราะอานุภาพของปืนลูกซองร้ายแรงกว่าปืนพกที่พวกเขาถืออยู่ หรือไม่ก็การแต่งตัวของแซนเดอส์ทำให้ชายทั้ง 2 คนตกตะลึง ยอมทำตามแต่โดยดี หลังจากนั้นไม่นานนักนายอำเภอก็มารับตัวคนร้ายโดยเชิญแซนเดอส์ไปให้ปากคำในฐานะพยาน

         ผู้พันเคนทักกี
         ตั้งแต่ปี 1813 รัฐเคนทักกีประกาศเกียรคิคุณแก่ผู้ที่ทำคุณงามความดี สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยยกย่องให้เป็น Kentucky Colonel (ผู้พันเคนทักกี) โดยเฉพาะในช่วงปี 1931-1935 มีการแจกตำแหน่งผู้พันอย่างฟุ่มเฟือยมากถึง 5,000 คน ถ้านับถึงปัจจุบันก็น่าจะมีคนได้ตำแหน่งผู้พันเคนทักกีไม่ต่ำกว่าหมื่นคนแน่ๆ
หลายคนเชื่อว่า ฮาร์แลนด์ แซนเดอส์ ได้รับตำแหน่งผู้พันเพื่อเป็นเกียรติจากการคิดค้นสูตรลับไก่ทอดจนโด่งดังไปทั่วโลก แต่หากย้อนกลับดูบันทึกจะพบว่า รัฐเคนทักกีมอบตำแหน่งผู้พันให้กับแซนเดอส์ในปี 1935 ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่ได้ขายไก่ทอด
ช่วงแรกร้านอาหารของแซนเดอส์จำหน่ายอาหารจานด่วนทำง่าย ๆ ประเภทแฮม ข้าวโอต ขนมปังกรอบ และมันบด ส่วนไก่ไม่ได้อยู่ในรายการอาหารเพราะใช้เวลานานในการปรุง กว่าที่แซนเดอส์จะค้นพบวิธีปรุงเนี้อไก่ให้สุกในเวลาอันรวดเร็วก็ปาเข้าไปกลางปี 1940 ดังนั้น การที่รัฐเคนทักกีมอบตำแหน่งผู้พันให้กับแซนเดอส์จึงไม่น่าจะใช่เพราะเขาทำไก่ทอดอร่อย แต่น่าจะเป็นเพราะแซนเดอส์มีจิตสาธารณะให้ความช่วยเหลือคนในชุมชนเสมอ ๆ
อย่างไรก็ตาม แซนเดอส์ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากรัฐเคนทักกีอีกครั้งในปี 1950 ซึ่งคราวนี้เขาได้นำตำแหน่งผู้พันมาใช้นำหน้าชื่ออย่างเป็นทางการ ขณะที่ร้านยังคงใช้ชื่อแซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่ ส่วนชื่อ Kentucky Fried Chicken เป็นเพียงข้อความที่ใช้โฆษณาไก่ทอด ทว่าในเวลาต่อมา พีท ฮาร์แมน ผู้ออกแบบโฆษณา แนะนำให้นำมาเป็นชื่อร้านเพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านอาหารอื่น ๆ ในเคนทักกี

    

           
         แซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่                                                                                   ภายในร้านแซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่

 


                   
         ห้องครัวแซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่                                                                            แซนเดอส์กับหม้อความดันใบแรกที่เขาใช้ทอดไก่                                  

         ดวลสนั่นเมือง  
         ช่วงที่เปิดปั๊มน้ำมันเชลล์ในเมืองคอร์บินใหม่ๆ แซนเดอส์ได้เขียนป้ายโฆษณาบอกเส้นทางไปยังปั๊มน้ำมันบนกำแพงริมทางรถไฟ ต่อมาถูกแมต สต๊วร์ต เจ้าของปั๊มน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์ ซึ่งเป็นคู่แข่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ทำสีมาทาทับป้ายโฆษณาของแซนเดอส์
แซนเดอส์กลับมาเขียนป้ายโฆษณาอีกครั้งก่อนจะไปเตือนสต๊วร์ตไม่ให้ทำเช่นนี้อีก โดยขู่ว่าถ้าทำอีกจะโดนยิงกบาล แต่สต๊วร์ตเกรียนไม่เลิก วันที่ 7 พฤษภาคม 1931 สต๊วร์ตนำสีไปทาทับป้ายโฆษณาของแซนเดอส์อีกครั้ง
แซนเดอส์เดินทางไปร้องเรียนที่บริษัทเชลล์ สาขาเมืองคอร์บิน ผู้จัดการสาขา โรเบิร์ต กิบสัน และเอช.ดี. เชลเบิร์น จึงเดินทางมากับแซนเดอส์เพื่อยับยั้งการกระทำของสต๊วร์ต
ขณะที่รถของแซนเดอส์ขับมาอย่างเร็ว สต๊วร์ตกำลังละเลงสีบนกำแพงริมทางรถไฟ เขาเดาได้ทันทีว่าแซนเดอส์จะต้องมาเอาเรื่องแน่ ๆ อาจเป็นเพราะความกลัวที่ถูกแซนเดอส์ขู่จะยิงกบาลก่อนหน้านี้ สต๊วร์ตกระโดดลงจากบันไดพร้อมกับล้วงปืนพกขึ้นมายิงใส่ทันที ลูกกระสุนพุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจกิบสันเสียชีวิตคาที่
แซนเดอส์คว้าปืนของกิบสันมาเพื่อยิงโต้ตอบ สต๊วร์ตกระโดดหลบหลังรางรถไฟ แต่แซนเดอส์และเชลเบิร์นแยกกันโอบล้อม เชลเบิร์นสาดกระสุนถูกสะโพกของสต๊วร์ต และแซนเดอส์ลั่นกระสุนถูกที่หัวไหล่ สต๊วร์ตจำต้องยอมแพ้โดยตะโกนบอกให้หยุดยิง
สต๊วร์ตถูกพิพากษาจำคุก 18 ปี ส่วนแซนเดอส์และเชลเบิร์นรอดคดีเพราะศาลเห็นว่าเป็นการยิงป้องกันตัว หลังจากรับโทษจองจำเพียง 2 ปี สต๊วร์ตก็ถูกผู้ช่วยนายอำเภอสังหาร ซึ่งลือกันว่าเป็นคำสั่งมาจากครอบครัวของกิบสัน

         สูตรลับไก่ทอด
         หลังจากเหตุการณ์ แซนเดอส์กลับมาดำเนินธุรกิจปั๊มน้ำมันโดยปราศจากคู่แข่ง ลูกค้าบางคนแนะนำว่าแซนเดอส์น่าจะขายอาหารด้วย เพราะไหน ๆ คนเดินทางก็ต้องจอดรถเติมน้ำมันอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปจอดแวะกินอาหารอีก
แซนเดอส์ชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่เขาไม่มีสถานที่เปิดร้านอาหาร โชคดีที่บ้านเขาอยู่หลังปั๊มน้ำมัน ดังนั้น จึงใช้โต๊ะอาหารในบ้านเขานั่นเองในการบริการลูกค้ากลุ่มแรก ๆ ต่อมาจึงขยับขยายมาใช้ห้องเก็บของที่ปั๊มน้ำมัน
ธุรกิจร้านอาหารดำเนินไปดีกว่าที่คาด เพียงไม่กี่ปีเขาก็ซื้อโมเต็ลฝั่งตรงข้ามเปิดเป็นร้านอาหารขนาด 140 ที่นั่ง แต่ตอนนั้นไก่ทอดยังไม่อยู่ในรายการอาหาร เนื่องจากใช้เวลาปรุงนานถึง 35 นาที จนกระทั่งปี 1940 แซนเดอส์พบหม้อความดันหรือที่บางคนเรียกว่าหม้อต้มเปื่อย สามารถทำให้อาหารสุกในเวลาอันรวดเร็ว แซนเดอส์จึงบรรจุเมนูไก่ทอดลงในรายการอาหาร
ไก่ทอดของแซนเดอส์มีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษ ซึ่งแซนเดอส์บอกว่าหมักด้วยเครื่องเทศ 11 ชนิด และไม่ใช่ของพิสดารอะไร เป็นเครื่องเทศที่มีติดบ้านทุกหลัง แต่เขาไม่ได้บอกว่ามีอะไรบ้าง และนั่นคือต้นกำเนิดของไก่ทอดที่กลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา

  

               

         แซนเดอส์กับพีท ฮาร์แมน  

 

 

 


บรรยายภาพ
1. ฮาร์แลนด์ แซนเดอส์
2.ปั๊มน้ำมันในเมืองคอร์บิน
3.แซนเดอส์และภรรยา
4.แซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่
5.ภายในร้านแซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่
6.ห้องครัวแซนเดอส์คอร์ตและคาเฟ่
7.แซนเดอส์กับหม้อความดันใบแรกที่เขาใช้ทอดไก่
8.แซนเดอส์กับพีท ฮาร์แมน
9.เครื่องหมายเกียรติคุณผู้พันเคนทักกี

วันที่ 11 ก.ย. 2560